"พล.ต.อ.เอก" รอง ผบ.ตร. เร่งสรุปสำนวนค้ามนุษย์ ยื่นอัยการ 19มิ.ย. เมิน“พล.ท.มนัส”ใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์
ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค9 ส่วนหน้า สภ.หาดใหญ่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีค้ามนุษย์ โดยเฉพาะกรณีที่ทนายความของพล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกหนึ่งในผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค9เพื่อขอประกันตัวอีกครั้ง
พล.ต.อ.เอก เปิดเผยว่า เป็นเรื่องสิทธิของผู้ต้องหาที่จะใช้สิทธิ์ยื่นคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งได้หากศาลไม่ให้ประกันตัว แต่ขอยืนยันว่าการออกหมายจับพล.ท.มนัส รวมถึงผู้ต้องหาคนอื่นๆทางคณะกรรมการสอบสวนคดีนี้ได้หารือร่วมกันถึงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะนำมาสนับสนุนในการกล่าวหาผู้กระทำผิดทั้งหมดโดยพิจารณาอย่างรอบคอบภายใต้พื้นฐานของข้อเท็จจริงไม่ได้มีการกล่าวหานอกเหนือจากข้อเท็จจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยืนยันในพยานและหลักฐานทั้งหมดได้
“ทั้งนี้จำเป็นต้องคัดค้านการประกันตัวพล.ท.มนัส รวมถึงผู้ต้องหาทุกคนเนื่องจากเป็นคดีสำคัญเกรงว่าการให้ประกันตัวจะทำให้มีผลต่อพยานและหลักฐาน ทั้งนี้ในเรื่องคำร้องของผู้ต้องหาจะเป็นมาตรฐานการปฏิบัติเหมือนกันทุกคน” พล.ต.อ.เอก กล่าว
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า คดีนี้จะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาคนสำคัญที่ใหญ่กว่าพล.ท.มนัส หรือไม่นั้นจะต้องว่ากันไปตามพยานและหลักฐานซึ่งยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งพยานที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือจากคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้หากพาดพิงถึงใครและมีน้ำหนักมากพอก็จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นใคร โดยขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมยังอยู่ที่ 84 หมาย จับแล้ว 53 คนและเหลืออีก 31 คนที่ยังหลบหนี
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกับฝ่ายสอบสวนเจ้าหน้าที่เตรียมที่จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีการสืบพยานบางคนล่วงหน้า เนื่องจากมีความจำเป็นในเรื่องของการสืบพยานต่างๆ เพื่อเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานให้เสร็จในวันที่19 มิถุนยนนี้ก่อนครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหา 2 ฝาก เพื่อให้เวลากับทางอัยการสูงสุดพิจารณาสำนวน และส่งคดีผู้ต้องหาแต่ละคนตามความผิดที่ถูกกล่าวหาแต่ละฐานความผิด และในวันจันทร์นี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะประชุมกันอีกครั้ง
ด้าน พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค9 ส่วนหน้า กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่มาเลเซียขึ้นไปขุดหลุมฝังศพชาวโรฮิงญาในฝั่งรัฐเปอร์ลิสตรงข้ามกับชายแดนต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่มาเลเซียกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการขุดศพรวมทั้งการชันสูตรเพื่อพิสูจน์ทราบและเก็บหลักฐานๆ ซึ่งทุกขั้นตอนดำเนินการในฝั่งประเทศมาเลเซีย100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ขอใช้พื้นที่ไทยเป็นทางผ่านเท่านั้น
ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศพแต่อย่างใด เพียงแต่อำนวยความสะดวกในเรื่องของการประสานงานผ่านแดนเท่านั้น แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่มาเลเซียถึงตัวเลขของจำนวนศพที่แน่นอนหรือจะลำเลียงศพออกจากจุดเกิดเหตุในวันใด โดยการนำศพออกมานั้นมีสองทางคืออาจใช้เฮลิคอปเตอร์ของมาเลเซียเข้าไปรับบนยอดเขาแต่หากมีอุปสรรคหรือเข้าไปไม่ได้ ก็จะลำเลียงศพลงมายังฝั่งไทยและนำออกไปทางด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

