จับ'อดีตรองผกก.บางรัก' คดีแก๊งตุ๋นทอง

จับ'อดีตรองผกก.บางรัก' คดีแก๊งตุ๋นทอง

จับ "อดีต รองผกก.จร.บางรัก" คดีแก๊งตุ๋นทอง จ่ายเช็คเด้ง เสียหายกว่า 16 ล้านบาท

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3.บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน รอง ผกก.สส.3.บก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม สว.กก.3.บก.สส.บช.น. ได้เข้าจับกุมนายรชต วิไลเจริญพงศ์ หรือนายกรณ์ แตงจุ้ย หรือ พ.ต.ท.ครรชิต แตงจุ้ย อดีต รอง ผกก.จร.สน.บางรัก (นรต.รุ่น 36 ) อายุ 54 ปี พร้อมด้วย น.ส.บัวติ๊บ อุ่นคำ อายุ 42 ปี โดยถูกจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถอาคารอัญมณีเพลส เลขที่605/611 ซ.เพชรเกษม 92/2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวนทราบว่า มีแก๊งต้มตุ๋นจ่ายเช็คเด้งหลอกซื้อทองคำ และก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ กทม. ในเขตพื้นที่ สน.พระราชวัง , สน.สำราญราษฎร์ และ สน.ปทุมวัน โดยมีพ.ต.ท.ครรชิต อดีตนายตำรวจเป็นหัวหน้าแก๊ง ทั้งนี้ การกระทำของแก๊งนี้ ได้สร้างความเสียหายให้แก่ร้านทองหลายร้าน รวมเป็นทองคำแท่งจำนวน 850 บาท มูลค่า 16,059,500บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุม พ.ต.ท.ครรชิต และ น.ส.คำติ๊บ ได้ที่บริเวณลานจอดรถอาคารอัญมณีเพลส เลขที่ 605/611 ซ.เพชรเกษม 92/2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. พร้อมกับนำตัวมาดำเนินคดี

สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาแก๊งนี้ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.57 พ.ต.ท.ครรชิต นายสุทธิวุฒิ ถวิลรัมย์ และนายเบิ้ม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ร่วมกันหลอกห้างทอง เจียบ เซ่ง เฮง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนร้านทอง เฮง เซ่ง เฮง บางกะปิ สั่งซื้อทองคำน้ำหนัก รวม 300 บาท มูลค่า 5,424,000 บาท แล้วจ่ายเงินเป็นเช็คของธนาคารไทยพาณิชย์ ของนายสุชาติ พงษ์ธนา ซึ่งเป็นเช็คที่ถูกแจ้งหาย โดยกลุ่มผู้ต้องหา ปลอมลายมือชื่อนายสุชาติ แล้วนำเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีผู้เสียหาย เมื่อทางผู้เสียหายนำสมุดบัญชีไปตรวจสอบยอดเงิน พบว่ามีรายการยอดเงินเข้ามา จึงหลงเชื่อส่งมอบทองคำแท่งให้ไป ซึ่งต่อมาเช็คฉบับดังกล่าว ต้องรอให้ทางธนาคารทำการเคลียร์ริ่งอีก 1 วัน คือวันที่ 6 พ.ย. 57 แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินในเวลาต่อมา เพราะรายมือชื่อไม่ตรงกับที่ให้ไว้กับทางธนาคาร ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความเอาไว้ที่ สน.พระราชวัง

ต่อมา วันที่ 6 ก.พ. 58 พ.ต.ท.ครรชิต นายธนบดี ดวงมาลา และหญิงไทยไม่ทราบชื่อนามสกุล ได้ร่วมกันหลอกร้านทองจินไถ่เฮง แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. โดยโทรมาสั่งทองคำแท่งน้ำหนักรวม 400 บาท มูลค่า 7,928,000 บาท แล้วจ่ายเงินเป็นเช็คของธนาคารไทยพาณิชย์ ของนายสุชาติ พงษ์ธนา ซึ่งเป็นเช็คที่ถูกแจ้งหาย โดยกลุ่มผู้ต้องหา ปลอมลายมือชื่อนายสุชาติ แล้วนำเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีผู้เสียหาย เมื่อทางผู้เสียหายนำสมุดบัญชีไปตรวจสอบยอดเงิน พบว่า มีรายการยอดเงินเข้ามา จึงหลงเชื่อส่งมอบทองคำแท่งให้ไป ซึ่งต่อมาเช็คฉบับดังกล่าวต้องรอให้ธนาคารทำการเคลียร์ริ่งอีก 3 วัน คือวันที่ 9 ก.พ.58 ซึ่งต่อมาทางธนาคาร ได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะรายมือชื่อไม่ตรงกับที่ให้ไว้กับธนาคาร ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์

และ วันที่ 10 มี.ค.58 พ.ต.ท.ครรชิตและ น.ส.บัวติ๊บ ได้ร่วมกันหลอกร้านทองโต๊ะกัง สาขามาบุญครอง โดยโทรศัพท์มาสั่งทองคำ 150 บาท ราคา 2,707,500 บาท แล้วจ่ายเงินเป็นเช็คของธนาคารไทยพาณิชย์ ของนายสุชาติ พงษ์ธนา ซึ่งเป็นเช็คที่ถูกแจ้งหาย โดยกลุ่มผู้ต้องหา ปลอมลายมือชื่อนายสุชาติ แล้วนำเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีผู้เสียหาย เมื่อทางผู้เสียหายนำสมุดบัญชีไปตรวจสอบยอดเงิน พบว่ามีรายการยอดเงินเข้ามา จึงหลงเชื่อส่งมอบทองคำแท่งให้ไป โดย น.ส.บัวติ๊บ ได้มอบบัตรประชาชนของนายสมพงษ์ ถนัด ซึ่งถูกแจ้งหายไว้ในร้านทอง ซึ่งต่อมาทางธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะลายมือชื่อไม่ตรงกับที่ให้ไว้กับธนาคาร ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน

จากการสอบสวน พ.ต.ท.ครรชิต รับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง และได้ร่วมกับพวกทำการฉ้อโกงร้านทอง โดยอาศัยช่องว่างการเคลียร์ริ่งของธนาคาร เมื่อมีการสั่งจ่ายเงินเป็นเช็ค ซึ่งผู้เสียหายจะต้องมีการตรวจสอบว่ามีเงินเข้าบัญชีหรือไม่ เพราะถ้าการตรวจสอบไม่ละเอียด ก็จะพบเพียงว่ามีแต่ยอดเงินเข้ามาในบัญชี แต่ไม่สามารถเบิกได้ จึงเป็นช่องโอกาสให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ส่งมอบทองคำให้กับกลุ่มคนร้ายดังกล่าว นอกจากนี้ พ.ต.ท.ครรชิต ยังรับสารภาพอีกว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 42 ได้เกี่ยวพันกับกรณี การหายตัวไปของนายชัยรัตน์ รุ่งเรือง หรือเสี่ยติงนัง สจวร์ตหนุ่ม และเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 50 ถูกจับกุมข้อหา ลักทรัพย์ และปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม และถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก 15ปี 6 เดือน และพ้นโทษออกมาเมื่อ 15 ส.ค.55 ก่อนออกมาร่วมกับพวกก่อเหตุฉ้อโกงร้านทองดังกล่าว

ด้าน น.ส.นรีวรรณ ธนพงศ์ภูมิ หุ้นส่วนร้านทองโต๊ะกัง สาขามาบุญครอง หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อประมาณเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับโทรศัพท์จากนายรชต ซึ่งได้โทรศัพท์มาสั่งทองคำน้ำหนักรวม 150 บาท ราคา 2,707,500 บาท ซึ่งที่ร้านมีระบบรับสั่งทองคำทางโทรศัพท์ด้วย แต่ต้องมีหลักฐานการสั่งจ่ายเงินผ่านทางบัญชีธนาคาร และทางร้านจะนำสมุดบัญชีไปปรับยอดรับฝาก จากนั้นนายรชต ได้โทรศัพท์กลับมาบอกกับตนว่า ได้โอนเงินเข้ามาในบัญชีแล้วให้ไปปรับสมุดบัญชีได้ทันที

น.ส.นรีวรรณ กล่าวต่อไปว่า เมื่อตนได้ไปปรับสมุดบัญชี ก็เห็นว่ามียอดเงินดังกล่าวเข้ามาในบัญชีแล้ว ต่อมามีน.ส.บัวติ๊บ มารับทองคำจำนวนดังกล่าวไป จากนั้นในช่วงบ่ายตนได้รับโทรศัพท์จากธนาคารว่า เช็คที่นายรชต สั่งจ่ายมานั้นเป็นเช็คเด้ง ตนมารู้ตัวอีกทีว่าถูกหลอกแล้ว จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ปทุมวัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของท้องที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป