วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปมขัดแย้ง! เหตุยิงเจ้าของ-ผจก.ร้านอุปกรณ์แพทย์ ตาย2

ระทึก! คุมตัว "หนุ่มใหญ่" ทำแผนยิงเจ้าของร้านขายอุปกรณ์แพทย์ พนง.แค้นฮือรุมทำร้าย ตร.เผยคนเจ็บตายเพิ่ม1ราย

จากกรณี นายประสิทธิ์ ต่อมณี พนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง เปิดร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ที่บ้าน ก่อเหตุใช้อาวุธปืน ขนาด9มม. ยิงนายวรพงศ์ โอภาสเจริญกิจ อายุ51ปี เจ้าของบริษัท เซอร์ไคล์ฟ จำกัด เปิดเป็นกิจการนำเข้าและจำหน่ายอุปกรณ์ทางแพทย์ เสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ2ราย รายแรกทราบชื่อ นางทิติยา โอภาสเจริญกิจ อายุ53ปี ภรรยาของนายวรพงศ์ ถูกยิงที่บริเวณขาขวา1นัด รายที่สอง นายนคร เครือสุนทรวานิช อายุ36ปี ผู้จัดการร้านดังกล่าว ถูกยิงเข้าท้องอาการสาหัส อาสาสมัครนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค


โดยหลังเกิดเหตุ ด.ต.สมชาย ด้วงมูล ผบ.หมู่ ป.สน.หลักสอง ได้ควบคุมตัวนายประสิทธิ์ไว้ได้ขณะกำลังจะหลบหนี เบื้องต้นสอบสวนนายประสิทธิ์ให้การอ้างว่า เคยซื้อเครื่องช่วยหายใจจากร้านดังกล่าว เพื่อใช้รักษาอาการป่วยของแม่ แต่พอนำไปใช้เครื่องเกิดมีปัญหา จึงนำมาซ่อมที่ร้าน ก็ยังเสียเหมือนเดิม เลยมาขอเปลี่ยนเครื่อง แต่ทางบริษัทแจ้งต้องนำเครื่องเก่ามาเคลมในราคา15,000บาท และเพิ่มเงิน35,000บาท จึงไม่ตกลงและโมโหมากที่บริษัทไม่รับผิดชอบ เลยเกิดโทสะหนัก คว้าอาวุธปืนบุกเข้าไปกราดยิงดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เหตุเกิดที่บริษัท เซอร์ไคล์ฟ จำกัด เลขที่125/8ซอยหมู่บ้านตรีจุฬา1ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. เมื่อช่วงเย็น วันที่25พ.ค.ที่ผ่านมา


ต่อมา เมื่อเวลา10.00น. วันที่26พ.ค.ที่สน.หลักสอง พ.ต.อ.ชำนาญ เอกพิทักษ์พง พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.หลักสอง พ.ต.ต.กฤษณะ ทองบ้านบ่อ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.หลักสอง นำตัวนายประสิทธิ์ ทำการสอบสวนเพิ่มเติม โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุเนื่องจากเกิดความโกรธแค้นที่ซื้อเครื่องช่วยหายใจจากบริษัทดังกล่าวไปให้แม่ แต่พอใช้กลับพบอุปกรณ์ไม่สมบูรณ์ มีปัญหาสัญญาณเตือนแปลกๆ และเหมือนมีการปล่อยสารบางชนิด ทำให้ร่างกายของแม่ รวมถึงตนเองและญาติในบ้านสุขภาพแย่ลง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางมาขอเปลี่ยนเครื่อง แต่บริษัทไม่ให้ความร่วมมือ จึงเกิดโทสะ โดยวันเกิดเหตุ ช่วงเช้าได้ไปซ้อมยิงปืนที่สนามยิงปืน กรมการรักษาดินแดน ย่านคลองหลอด ก่อนจะนำอาวุธปืนของตัวเองที่ตั้งใจไปก่อเหตุที่บริษัทดังกล่าว โดยที่ทางบ้านไม่ทราบเรื่องมาก่อน สุดท้ายขอฝากขอโทษแม่ และฝากถึงน้องชายให้ช่วยดูแลแม่ด้วย


จากนั้น ทางพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่สืบสวน และกำลังสายตรวจ สน.หลักสอง ได้นำตัวนายประสิทธิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ โดยจุดแรกนายประสิทธิ์ได้ชี้จุดที่จอดรถเก๋งฟอร์ด เทียร่า สี บรอนซ์ทอง ทะเบียน สณ5437ของตัวเอง ก่อนที่จะถอยรถชนกับรถเบนซ์ รุ่น อี200 สีดำทะเบียน 4กจ4688 กทม. ของนายวรพงศ์ แล้วเข้าบริษัท ซึ่งเป็นจุดที่2แต่พนักงานบริษัทดังกล่าวกลับพยายามปิดประตู นายประสิทธิ์จึงยิงที่กระจก2นัด จนกระแตก ทำให้พนักงานต้องหนีกันจ้าละหวั่น แล้วเดินเข้าไปขึ้นบันไดไปยังจุดที่3บนชั้น2พบนายวรพงศ์ เจ้าของบริษัทอยู่ที่หน้าห้องทำงาน จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่เข้าที่ท้องจนนายวรพงศ์ล้มลงเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะยิงอีกครั้งที่ขมับขวา จนนายวรพงศ์เสียชีวิต จากนั้น จึงเดินลงไปชั้นแรก แล้วใช้อาวุธปืนสาดยิงไปที่โต๊ะและเก้าอี้ เพื่อเปิดทางหลบหนี จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2ราย แต่ขณะจะขึ้นรถเก๋งหลบหนีก็มาถูกสายตรวจ สน.หลักสองจับกุมที่ในที่สุด 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายประสิทธิ์ได้ยกมือไหว้ขออโหสิกรรมบรรดาพนักงานของบริษัท ญาติคนตายและคนเจ็บ แต่กลุ่มพนักงานไม่รับคำขอโทษ พร้อมตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้นและพยายามเข้าทำร้ายเป็นระยะ กระทั่ง มาถึงจุดสุดท้าย ที่บริเวณด้านหน้าบริษัท ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาพยายามหลบหนีแล้วถูกตำรวจจับกุมตัวได้ ทางพนักงานต่างกรูเข้าไปทำร้ายนายประสิทธิ์ จนเจ้าหน้าที่ต้องยกเลิกการทำแผนในจุดดังกล่าว แล้วรีบนำตัวผู้ต้องขึ้นรถกลับสน.หลักสอง ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอของพนักงานบริษัท รวมระยะเวลาประมาณ20นาที


ด้าน พ.ต.อ.ชำนาญ เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องคดี เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า นายนคร ผู้จัดการบริษัท ที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ท้อง ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตแล้วที่รพ.เกษมราษฎร์บางแค ส่วนนางทิติยา ภรรยาของผู้ตาย อาการปลอดภัยแล้ว โดยหลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้น ในวันพรุ่งนี้(27พ.ค.)ก่อนเที่ยงวัน ทางพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวนายประสิทธิ์ไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีต่อไป.