ปส.สกัดจับนักค้ายาบ้ารายสำคัญ ผู้ต้องหายิงสู้ตร. ถูกวิสามัญดับ ยึดยาบ้า5แสนเม็ด
พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าจากนายกฤช หรือวินัย อายุ 56 ปี ชาวเทิง จ.เชียงราย ผู้ต้องหาที่เสียชีวิตหลังจากได้ยิงต่อสู้ขัดขวางการจับกุม ได้ของกลางยาบ้า 500,000 เม็ด รถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 3 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกัน 3 ปลอก เหตุเกิดบริเวณริมถนนช่วงบ้านร่องขุ่น-บ้านสวนดอก หมู่1 ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ทนัย กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้จับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้ของกลางยาบ้าจำนวน 6 แสนเม็ด จากนั้นได้ทำการขยายผลจนทราบว่าเครือข่ายดังกล่าวมี นายกฤช เป็นผู้บงการและมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการรับจ้างลำเลียงยาเสพติด จากกลุ่มชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เพื่อไปส่งลูกค้าในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวและกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางพื้นที่ อ.เวียงแก่น - อ.เมือง จ.เชียงราย จนกระทั่งเวลาประมาณ01.00 น.วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา พบรถกระบะต้องสงสัยลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง โดยมี นายกฤช เป็นคนขับ บริเวณแยกแม่กรณ์ ถนนพหลโยธิน อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อถึงแยกแม่กรณ์ รถคันดังกล่าวได้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตามอย่างกระชั้นชิด จังหวะนั้นคนขับรถคันดังกล่าวเกิดไหวตัว จึงเร่งความเร็วเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงเร่งความเร็วรถติดตามและแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดที่ล้อหน้าด้านขวา จนรถเสียหลักและพลิกคว่ำ นายกฤช จึงได้พยายามดิ้นรนเพื่อออกมานอกตัวรถได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่ นายกฤช กลับชักอาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที จำนวน 3 นัด เพื่อเปิดทางหลบหนี
ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นจวนตัว จึงชักอาวุธปืนออกมายิงสวนกลับไปเพื่อป้องกันตนเอง จนถูก นายกฤช เสียชีวิตทันที จากการตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าวพบยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินของคนร้ายได้เป็น โฉนดที่ดิน 7 แปลง รถเก๋ง 1 คัน รถ จยย. จำนวน 1 คัน เงินสด 18,420 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดมาได้ประมาณ 20 ล้านบาท หลังจากนี้นจะได้ทำการสืบสวนจับกุมผู้ที่อยู่ในเครือข่ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ศุภกฤช กล่าวว่า สำหรับยาเสพติดล็อตดังกล่าวพบว่ามีตราประทับอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเอล้อมลอบตัวอักษรภาษจีน บนห่อยา ซึ่งที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ยังไม่เคยพบมาก่อน จึงจะส่งตัวยาดังกล่าวไปให้ ป.ป.ส.ตรวจสอบว่ายาล็อตนี้มีแหล่งที่มาจากที่ใด
จากการตรวจสอบประวัติของ นายกฤช พบว่า เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 50 ถูกจับกุมข้อหาเสพยาบ้า ที่ สภ.ร้องกวาง จ.แพร่ วันที่ 19 มิ.ย.50 ถูกจับกุมข้อหาครอบครองยาบ้า จำนวน 1 เม็ด ที่ สภ.สอง จ.แพร่ วันที่ 3 ก.ค.50 ถูกจับกุมข้อหาครอบครองยาบ้า จำนวน ครึ่งเม็ด ที่ สภ.เทิง จ.เชียงราย นอกจากนี้ทางการสืบสวนทราบว่า นายกฤช เปิดโรงงานพลิตยาบ้าที่ประเทศเพื่อนบ้านและเป็นตัวการใหญ่ในการส่งยาเสพติดรายสำคัญๆ เข้ามาในประเทศและพื้นที่ กทม.


