"เต้ สุผจญ" พิธีกรชื่อดัง เข้าให้ปากคำตำรวจ "คดียูฟัน" เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 24 พ.ค.2558 ที่ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อคดีฉ้อโกงประชาชน (ยูฟัน) บก.ปคบ. ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมดระเกียรติ 80 พรรษา ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. นายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ หรือ เต้ พิธีกรชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบกับ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และชี้แจงกรณีที่ไปเป็นพิธีกร งาน พิธีเซ็นสัญญา(MOA) UTOKEN กับ ธนาคาร UDBP ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
นายสุผจญ กล่าวว่า วันนี้ที่เดินทางเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด เพียงแต่ถูกจ้างให้ไปเป็นพิธีกรเท่านั้น โดยจ้างผ่านออแกไนซ์เซอร์ อีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ยังเคยไปเป็นพิธีกรเปิดโครงการบางกอกมารีน่ารีสอร์ต ของบริษัทนายไพรัตน์ จันทร์ชัยแก้ว ที่ปรึกษาโครงการบางกอก มารีน่า บริษัท บีน่าพูลี่ไทยแลนด์ จำกัด และงานเปิดสำนักงานใหญ่ บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด เลขที่ 18 ซ.บางนา-ตราด 25 ถ.บางนา-ตราด บางนา กรุงเทพมหานคร แต่ตนเองไม่ทราบเลยว่าบริษัท ยูฟันฯ ประกอบธุรกิจอะไร สังเกตุกว่าผู้ที่มาร่วมงานส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติ ส่วนที่ภายในงานที่มีการอ้างว่า มีเชื้อพระวงค์ในประเทศยุโรป(เนเธอร์แลนด์) มาร่วมงานด้วยนั้น ตนเองเคยไปสอบถาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แต่จากการสังเกตไม่มีเจ้าหน้าที่สถานทูตติดตามมาด้วย
พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่า จากการที่พิธีกรชื่อดัง และไปเป็นขึ้นเวทีของบริษัทยูฟันฯนั้น เป็นการสร้างความเชื่อถือให้กับบริษัทฯเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงได้เชิญมาเพื่อชี้เป้าระบุชื่อบุคคลที่อยู่ในคลิปด้วย และให้ปากคำ ซึ่งการให้ปากคำมีประโยชน์ก็จะกันตัวไว้เป็นพยาน ส่วนการที่มีพิธีเซ็นสัญญา (MOU) UTOKEN กับ ธนาคาร UDBP ด้วยจำนวนเงิน 10 ล้านดอลล่าร์นั้น ธนาคาร UDBP ไม่ใช่ธนาคารแต่เป็นเพียงบริษัทจำกัดเท่านั้น
นอกจากนี้กรณีที่ น.ส.ขวัญนภา เรืองศรี หรือ ลาล่า เข้ามาชี้แจ้งเมื่อวานนี้(23 พ.ค.) ก็ต้องตรวจสอบว่า สิ่งที่ให้การมานั้น ถูกต้องหรือไม่ ได้มีการสมัครสมาชิก และเชิญชวนประชาชนเข้ามาเป็นสมาชิกมากน้อยเพียงใด และได้รับผลประโยชน์เท่าไร มีส่วนร่วมและรู้เห็นกับการกระทำความผิดหรือไม่ ซึ่งยังต้องทำการตรวจสอบ และสอบพยานเพิ่มเติม หากพบว่ามีดารา หรือมีชื่อเสียงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเชิญมาสอบถามเพิ่มเติม
“ขณะนี้ได้มีคณะกรรมการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยแยกเป็นหลักฐานของผู้กล่าวหา , บัญชีพยานทั้งหมด รวมไปถึงประเด็นสำคัญในการให้การ , บัญชีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ทั้งที่จับได้และกำลังหลบหนี และหลักฐานทางการเงิน เมื่อรวบรวมเอกสาร พยานบุคคลและพยานวัตถุ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งให้อัยการพิจารณา มั่นใจว่ามีหลักฐานมากพอ ที่จะส่งอัยการพิจารณาให้ขึ้นเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ในความผิดฐานอาชญากรรมข้ามชาติ” พล.ต.ท.สุวิระกล่าว

