ศาลสั่งคุก5เดือน 'หนุ่มชกตำรวจศาล' ไม่รอลงอาญา

ศาลสั่งจำคุก5เดือน ไม่รอลงอาญา หนุ่มชกตำรวจศาล หลังถูกเตือนส่งเสียงดังระหว่างลุ้นผลคดีเพื่อน ขณะที่ตรวจปัสสาวะเจอฉี่ม่วง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.40 น. เกิดเหตุชายวัยรุ่น ลักษณะมีอาการมึนเมา ได้ก่อเหตุวุ่นวาย ที่บริเวณห้องพิจารณาคดีชั้น 8 ศาลอาญา ร.ต.ต.สงกรานต์ ศรีสุข รอง สวป.สน.พหลโยธิน ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจประจำศาลอาญา จึงได้เข้าตรวจสอบเหตุจึงได้พบชายคนดังกล่าวมีอาการมึนเมา ส่งเสียงดัง อยู่ที่หน้าห้องพิจารณาคดี 808 ภายหลังทราบชื่อนายกษิดิศ หรือบอย มนตรีพาณิชย์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/19 ซอยอินทามระ 10 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.
ขณะที่ ร.ต.ต.สงกรานต์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตำรวจประจำศาลอาญา กล่าวว่า เมื่อเข้าไปตักเตือน นายกษิดิศ ไม่ให้ส่งเสียงดัง แต่ไม่ฟังแล้วยังพูดท้าทายเจ้าหน้าที่ ร.ต.ต.สงกรานต์ จึงจะเชิญตัวนายกษิดิศ ลงไปด้านล่างอาคาร แต่ระหว่างนั้นนายกษิดิศ กลับชกเข้าที่ใบหน้า ร.ต.ต.สงกรานต์ ด้านซ้าย 1 ครั้ง โดยกลุ่มเพื่อนของนายกษิดิศ พยายามมาล้อมไม่ให้จับกุมตัวนายกษิดิศ กระทั่งเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำศาล เข้าไปช่วยเหลือ ร.ต.ตสงกรานต์ เพื่อนำตัวนายกษิดิศ ออกไปนอกศาล แต่เมื่อเดินมาถึงบริเวณบันได หน้าอาคารศาลอาญา นายกษิดิศ ยังได้กล่าวถ้อยคำหยาบคายกับ ร.ต.ต.สงกรานต์ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตัดสินใจจะคุมตัวนายกษิดิศ เพื่อนำตัวส่งศาล ไต่สวนการกระทำละเมิดอำนาจศาล
แต่ระหว่างนั้น นายกษิดิศ พยายามวิ่งหลบหนีจากเจ้าหน้าที่ ออกไปยังประตูรั้วศาลอาญา แล้ววิ่งออกไปยัง ถ.รัชดาภิเษก ซึ่ง ร.ต.ต.สงกรานต์ และเจ้าหน้าที่ รปภ.ศาลอาญา ได้วิ่งติดตามนายกษิดิศไปถึงสะพานลอยหน้าศาลแขวงพระนครเหนือซึ่งห่างจากศาลอาญา ประมาณ 500- 600 เมตร กระทั่งจับกุมนายกษิดิศไว้ได้ และเมื่อตรวจค้นพบกระสุนปืนขนาด .45 มม. จำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่ รปภ.ศาลอาญา จึงนำตัวนายกษิดิศ ควบคุมไว้ในห้องขังใต้ถุนศาลอาญา พร้อมประสานฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ซึ่งได้มีตรวจสอบพร้อมตรวจปัสสาวะของนายกิษิดิศ พบว่ามีสีม่วง ที่แสดงว่ามีสารเสพติดในร่างกาย จากนั้นเมื่อเวลา 13.30 น. จึงได้มีการนำตัวนายกษิดิศ ไต่สวนตดีละเมิดอำนาจศาล
โดยเมื่อเวลา 13.30 น. ห้องพิจารณาคดี 709 ศาลจึงไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาล ที่นายสุนันท์ จาคะ หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ ศาลอาญา เป็นผู้กล่าวหา นายกษิดิศ มนตรีพาณิชย์ ผู้ถูกกล่าวหา กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ซึ่งได้มีการไต่สวนนายสุนันท์ ร.ต.ต.สงกรานต์ และนายกษิดิศ ที่ระบุว่า วันนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. นายกษิดิศ ผู้ถูกกล่าวหาพร้อมเพื่อน มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่เพื่อนของนายกษิดิศ ตกเป็นจำเลยในคดีหมายเลขดำ อย.7580/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 2 เป็นโจทก์ ฟ้อง นายศรายุทธ หรือเฟิร์ส ละออศรี และนายสุรสีห์ หรือโจ๊ก สว่างนพ เป็นจำเลยคดีมีแมทเอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำนวน 10 เม็ด โดยระหว่างนั้นนายกษิดิศ ผู้ถูกกล่าวหามีอาการมึนเมา ส่งเสียงเอะอะโวยวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาล จึงเข้าห้ามปราม แต่ไม่เป็นผล และชกใบหน้า ร.ต.ต.สงกรานต์ 1 ครั้ง ซึ่งหัวหน้า รปภ. ประจำศาล เห็นเหตุการณ์จึงเข้าห้ามปราม ก็ถูกชกเช่นกันแต่ไม่โดน โดยพบด้วยว่านายกษิดิศ ผู้ถูกกล่าวหาพกเครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม.ด้วยจำนวน 1 นัด
ขณะที่ศาลสอบถามผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง และมีเครื่องกระสุนปืนจริง
ต่อมาเวลา 15.00 น. ศาลมีคำสั่งจึงมีคำสั่งให้จำคุกนายกษิดิศ มนตรีพาณิชย์ ผู้ถูกกล่าวหา เป็นเวลา 5 เดือนฐานละเมิดอำนาจศาล โดยพิเคราะห์พฤติการณ์แล้ว เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานตำรวจประจำศาลอาญา ที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณศาล และนำกระสุนปืนเข้ามาในบริเวณศาล อันเป็นการขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือประพฤติตัวสไม่เรียบร้อยในบริเวณศษล ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) ถือว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 33 จึงมีคำสั่งให้จำคุกนายกษิดิศ มนตรีพาณิชย์ ผู้ถูกกล่าวหา เป็นเวลา 5 เดือน ซึ่งการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ สำหรับกระสุนปืนของกลางให้ยึดไว้ และให้ผู้อำนวยการประจำศาลอาญา หรือผู้แทนของผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี กับนายกษิดิศผู้ถูกกล่าวหา ในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และความผิดต่อ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ ต่อพนักงานสอบสวนต่อไป โดยให้ส่งมอบของกลางดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
ขณะที่ ร.ต.ต.สงกรานต์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตำรวจประจำศาลอาญา กล่าวว่า หลังถูกต่อยทำให้ต้องระวังตัวมากขึ้น พยายามกันไม่ให้นายกษิดิศเข้าใกล้เพราะเกรงว่าจถูกแย่งปืน ก่อนนำตัวมาด้านล่าง แต่เมื่อเห็นท่าทางยังไม่สงบ จึงตัดสินใจฝากปืนไว้กับเจ้าหน้าที่ รปภ. ก่อนลงไปส่งหน้าบันได แต่แทนที่นายกษิดิศจะสงบสติ กลับตะโกนพูดจาหยาบคาย จึงจะเข้าจับกุมตัวส่งศาลดำเนินคดีฐานละเมิดอำนาจศาล แต่นายกษิดิศไหวตัวทันวิ่งหลบหนี ตนต้องออกแรงวิ่งไล่จับกุมระยะเกือบ 600 เมตร กระทั่งจับกุมได้ จากนี้ตนและเจ้าหน้าที่ รปภ. ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย เพื่อระมัดระวังคนที่เข้ามาภายในศาล หากมีอาการมึนเมาที่แสดงพฤติการณ์ไม่เรียบร้อย จะไม่อนุญาตให้เข้ามาภายในศาล ส่วนกระสุนปืนที่พบนั้นจะส่งให้พนักงานสอบสวนนำไปตรวจพิสูจน์ต่อไป ว่าเคยกระทำความผิดมาก่อนหรือไม่ พร้อมตรวจสอบประวัตินายกษิดิศว่าเคยต้องโทษมาก่อนหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำสั่งศาลคดีละเมิดอำนาจศาลแล้ว นายกษิดิศ ถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ ตามคำสั่งศาลต่อไป







