"รัฐบาล" ย้ำปัญหาโรฮิงญา ต้องแก้ที่ต้นทาง ระบุ “ยูเอ็น” หนุนแนวทางแก้ปัญหา ออกหมายจับผู้กระทำผิดอีก 61 หมาย นักการเมืองท้องถิ่น-ตร.โดนด้วย
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาโรฮิงญา ว่า ขณะนี้ข้อมูลในสังคมและสื่อค่อนข้างสับสน จึงขออธิบายโดยสรุปถึงปัญหาที่เรากำลังเผชิญร่วมกันในระดับภูมิภาคกล่าวคือ มีการเคลื่อนย้ายแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย โดยมาทางเรือจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหวังจะเดินทางไปประเทศที่สาม ซึ่งในจำนวนนี้บางส่วนเดินทางมาโดยสมัครใจ และบางส่วนตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งไม่ว่าจะมาด้วยสาเหตุใด ล้วนถือเป็นผู้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งการแก้ปัญหาการเคลื่อนย้ายถิ่นโดยไม่ปกติ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศต้นทางที่มีการเคลื่อนย้ายออกมา ซึ่งถือเป็นการแก้ที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ไทยจะเป็นเจ้าภาพกาจัดประชุม ในวันที่ 29 พค. นี้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ช่วงเช้าที่ผ่านมา และเลขาฯยูเอ็น ได้แสดงความเห็นด้วยและสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาของไทย
"สำหรับประเทศไทย เรามีจุดยืนชัดเจนในการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ที่ผ่านมาเมื่อมีเรือในลักษณะนี้เข้ามาในเขตน่านน้ำรอยต่อระหว่างประเทศ ทหารเรือจะมีชุดลาดตะเวนออกเพื่อสอบถามความต้องการการช่วยเหลือ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการน้ำ อาหาร และขอช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์บนเรือ เพื่อให้สามารถเดินทางต่อได้ ซึ่งเราได้ให้ความช่วยเหลือตามประสงค์ สำหรับผู้เคลื่อนย้ายบางส่วนพบว่าจะตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งทางการไทยมีนโยบายชัดเจนในการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ โดยจะไม่ยอมให้ใช้ประเทศไทย เป็นทางผ่าน จุดแวะพัก ของขบวนการนี้ และติดตามจับกุมลงโทษสถานหนักในกรณีที่พบว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวพันทั้งหมดไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ข้อมูลล่าสุด จนถึง วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ทางเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจพบผู้ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายเหล่านี้จำนวน 312 คน พบว่า เป็นเหยื่อการคัามนุษย์ 63 คน และได้ ออกหมายจับผู้กระทำผิดค้ามนุษย์ 61 หมาย ประกอบด้วยนักการเมืองท้องถิ่น 5 คน ปกครองท้องถิ่น 3 คน ตำรวจ 2 คน และผู้กระทำความผิดอื่นอีก 51 คน โดยในจำนวนนี้ ได้จับตัวแล้ว 27 คน รวมทั้งนายอันวาซึ่ง จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่า เป็นคนสัญชาติพม่า เป็นชาวโรฮีนจา มิใช่คนไทยตามที่สื่อออกข่าว
ส่วน ผู้ที่ถูกออกหมายจับแล้วยังหลบหนีอีก 34 คน ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดสกัดในพื้นที่ 4 จังหวัด รวม 75 จุด และจะเร่งจับกุมให้ได้เร็วที่สุดนอกเหนือจากการติดตามจับกุมแล้ว ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดและอายัดทรัพย์ของบุคคลต่างๆ ที่อยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ รวมแล้วกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้การติดตามทลายขบวนการค้ามนุษย์ มีจุดเริ่มต้นจากคดีเรียกค่าไถ่ ชาวโรฮีนจา ใน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งนำไปสู่การขยายผลในคดีนี้ จนออกหมายจับจำนวนกว่า 61 หมาย แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะกวาดล้างขบวนการดังกล่าว ไม่ให้ใช้ไทยเป็นทางผ่าน หรือจุดพักใดๆทั้งสิ้น





