“พล.อ.ประวิตร” เผยบึ้มยะลา เป็นกลุ่มวัยรุ่นจ้องก่อเหตุวุ่นวาย ปัดเอี่ยวคุยสันติสุข กำชับ“ผบ.ทบ.-ผบ.ตร.” ดูแลใกล้ชิด
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุระเบิดหลายจุดในจ.ยะลา ว่า ส่วนใหญ่เป็นระเบิดที่ทำให้เกิดความวุ่นวายมากกว่าที่จะทำลาย เป็นระเบิดขนาดเล็ก ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนช่วงเช้าวันนี้ (15 พ.ค.) เกิดเหตุอีก 2 ครั้ง เป็นการเอาระเบิดปิงปองขว้างใส่ ส่วนใหญ่ทำให้เกิดเสียง โดยทางพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งให้ตั้งด่านสกัดแล้ว ขณะเดียวกัน เรามีภาพวงจรปิดที่เห็นผู้ก่อเหตุค่อนข้างชัดเจนประมาณ 4 จุด โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กำลังดำเนินการอยู่ คาดว่าน่าจะจับกุมผู้ก่อเหตุได้ เพราะว่าเห็นชัด จะได้รู้ว่าเป็นกลุ่มใด
พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็น กลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการทำให้เกิดความวุ่นวาย เพราะการจะนำระเบิดขนาดใหญ่มาวางในช่วงนี้ทำได้ยากลำบาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการป้องกัน มีกล้องวงจรปิดในทุกพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุแล้วเราต้องเตรียมการหาตัวมาลงโทษให้ได้ ส่วนจะเกี่ยวกับแนวร่วมหรือไม่ตอนนี้ยังพูดอะไรมากไม่ได้ ขอให้ได้ตัวก่อน แต่เท่าที่ดูขณะนี้ไม่มีสาเหตุอะไรอื่นเลย ส่วนใหญ่เรียบร้อยดี ประชาชนมีความเข้าใจในการทำงานของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนรัฐบาลจะลงไปดูรายละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะการให้ผบ.ทบ.ไปดำเนินการในทุกๆ เรื่องอยู่แล้ว ขณะที่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้ลงไปดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 มองว่าเป็นการตอบโต้ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเพื่อเป็นการดึงมวลชนกลับนั้นก็อาจเป็นได้ เพราะแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่ใกล้ชิด ทั้งประชาชนส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือกับฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ระยะเวลาที่ผ่านมาที่รัฐบาลดำเนินการ เหตุต่างๆ ลดลงถึง 60% แต่ตนมองว่าครั้งนี้ต้องการให้เกิดความวุ่นวายมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนว่าไม่ใช่ เพราะทุกอย่างเดินไปอยู่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่พูดคุยในท้องถิ่นเขาก็ดำเนินการอยู่ เมื่อถามว่า พอเกิดเหตุอย่างนี้จะต้องระมัดระวังในพื้นที่อื่นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการระมัดระวังอยู่แล้ว และจะใช้มาตรการในการป้องกันมากขึ้น เข้มงวดขึ้น โดยจะดูว่าจะต้องทำอะไรเพิ่มเติม




