"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทำได้แค่บุกเสมอ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 1-1 ชวด
ไปยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แล้ว ส่วน ที่แมนฯ ซิตี ล่ม ควีนส์ปาร์ค 6-0 ทำให้คิวพีอาร์ตกชั้นแน่นอนแล้ว
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่คว้าแชมป์ไปแล้วเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ก่อนที่จะเสมอกันไป 1-1 โดยเจ้าถิ่นนำก่อนจากลูกโหม่งของ จอห์น เทอร์รี นาที 2 ก่อนที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด มาโขกตีเสมอนาที 44 ทำให้ ลิเวอร์พูล หมดโอกาสลุ้นไปยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 4 อยู่ 6 แต้ม และประตูได้เสียเป็นรองถึง 14 ประตู ขณะที่เหลือเกมให้เล่นแค่ 2 นัด
หลังเกม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือหงส์แดงออกมาโวยการตัดสินของ อังเดร มาร์ริเนอร์ ที่ไม่ยอมให้ใบแดง เชส ฟาเบรกาส ในจังหวะเสียบข้อเท้า ราฮีม สเตอร์ลิง เพราะเป็นการเข้าสกัดที่น่าเกลียดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเรื่องลุ้นไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ยอมรับว่าไม่มีทางแล้ว และพยายามจะเสริมความแข็งแกร่งต่อไปหลังปิดฤดูกาล
"ฟาเบรกาส ควรโดนไล่ออก ถึงจะเป็นช่วงต้นเกมแต่นั่นมันไม่สำคัญ มันเป็นการสกัดที่แย่ และเขาสมควรโดนใบแดง มันลำบากมาตลอดกับพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก เรารู้ว่าพื้นที่ตรงนั้นเราต้องมีทีมที่แข็งแกร่ง และหวังว่าเราจะทำได้หากเราต้องการก้าวไปอีกขั้น เราก็ต้องหานักเตะที่เหมาะสมในฤดูร้อน" ร็อดเจอร์สกล่าว
ขณะที่เกมอีกคู่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี เปิดสนามอิติฮัด ถล่ม "คิวพีอาร์" ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 6-0 โดยได้ประตูจาก เซร์คิโอ อาเกโร ทำแฮตทริก นาทีที่ 4, 50 กับ 65, อเลกซานเดอร์ โคลารอฟ นาทีที่ 32, เจมส์ มิลเนอร์ นาทีที่ 70 และ ดาวิด ซิลบา นาทีที่ 87 จากผลการแข่งขันทั้งสองคู่ส่งผลให้แมนฯ ซิตี กับ อาร์เซนอล ได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และควีนส์ปาร์ค ตกชั้นแน่นอนแล้ว ตามหลัง เบิร์นลีย์ ที่ตกชั้นเป็นทีมแรก





