วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โอไอซี'เตรียมบินมาไทย เกาะติดขบวนการค้า'โรฮิงญา'

ตัวแทนองค์การความร่วมมืออิสลาม ประเทศมาเลเซีย เตรียมบินมาไทยวันจันทร์นี้ เกาะติดขบวนการค้ามนุษย์"โรฮิงญา" เรียกร้องรัฐบาลจัดทีพักรองรับ

จากการเจ้าหน้าที่กดดันตรวจสอบพื้นที่ๆสงสัยจะมีการชาว"โรฮิงญา" หลบหนีเจ้าหน้าที่หลังจากมีการทลายแคมป์ที่พักพิง"โรฮิงญา" ที่ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ทำให้มีการตรวจพบ โรฮิงญาและบังคลาเทศ ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และ อ.รัตภูมิ ล่าสุด ที่นำตัวลงจากเขารอยต่อ ต.ทุ่งตำเสา กับ ต.กำแพงเพชร จำนวน 117 คน เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา

ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้ เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ปัญหาตอนนี้คือ นายหน้าแตกกระสานซ่านเซน มีการทิ้ง “โรฮิงญา”ในความดูแล เนื่องจากกลัวจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ทำให้ “โรฮิงญา ที่อยู่ในพื้นที่พักพิงพื้นที่ต่างๆ ประสบปัญหาอดอยาก จนต้องหาทางหนีออกจากแหล่งพักพิงในป่า ทำให้เจ้าหน้าที่พยายามและเข้าช่วยเหลือ โรฮิงญาได้อย่างต่อเนื่องในขณะนี้

"เมื่อเรายอมรับแล้วว่าคนเหล่านี้ ไม่ใช่คนที่หลบหนีเข้าเมืองธรรมดา แต่เป็นเรื่องของขบวนการค้ามนุษย์ และคนเหล่านี้คือเหยื่อ ผมคิดว่ารัฐบาลก็น่าจะมีที่พักพิงที่มันเหมาะสมให้ ในฐานะที่เขาคือเหยื่อการค้ามนุษย์ที่เป็นการค้ามนุษย์ที่อยู่ในประเทศไทย ด้วยการหยิบยื่นน้ำใจอันเหมาะสมให้ ก็คือ ที่พักพิง แต่หากรัฐบาลไม่ทำที่พักพิงให้ ก็น่าจะจะอนุญาตให้องค์กรศาสนาเข้าไปดูแล" 

ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้ กล่าวและว่า 

โดยให้เราจัดที่พักให้ อย่างเช่น ให้มาใช้สถานที่ๆมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา เพื่อให้องค์กรมุสลิมช่วยกันดูแล ถ้ารัฐบาลไม่ทำก็น่าจะอนุญาตให้เราทำ

 "เมื่อครั้งที่แล้วเราเคยขอแต่ก็ไม่ได้ ขอว่าคนเหล่านี้มาอยู่ที่มัสยิดกลางฯดีไหม แล้วรัฐบาล ก็จัดเวรส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล มาเฝ้า เราก็จะได้ดูแลเรื่องอาหารที่ถูกหลักศาสนาให้กับพี่น้องเหล่านี้ แต่ถ้ารัฐบาลจะทำเองก็ดี"

อย่างครั้งที่แล้วที่ อ.บางกล่ำ ที่สภ.บางกล่ำ เขาก็มีการดูแลอย่างดี มีที่พัก มีพี่น้องมุสลิมนำข้าวปลาอาหารไปให้ ต่อมาไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นก็นำตัวเข้าสถานที่คุมขังทั้งหมด

ส่วนการดำเนินการตามกฎหมายการเข้าเมืองผิดกฎหมายนั้น ต้องยอมรับกันก่อนว่า คนเหล่านี้เข้าเมืองมาโดยกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ เมื่อเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ ก็ไม่น่าจะไปเอาผิดเขาในฐานะเข้าเมืองผิดกฎหมาย

"คนเหล่านี้ผมคิดว่า เราน่าจะดูแลเขาในฐานะเหยื่อการค้ามนุษย์ ส่วนการดำเนินการตามกฎหมายก็ไปดำเนินกับกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ เอาให้หนัก ขุดรากถอนโคนกันไป"

และหากเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนสอบสวนกับกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ได้ เขานำเข้าคนมาจำนวนเท่าไหร่ เราก็จัดการคนเหล่านี้ให้กลับไปยังประเทศเขา หรือส่งไปประเทศที่สาม ส่วนคนที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหลังจากนี้ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

ดร.วิสุทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาเร่งด่วนสำหรับปัญหานี้คือ รัฐบาลไทย มาเลเซีย และพม่า น่าจะมานั่งหารือกัน เพราะทั้งสามประเทศเป็นประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหานี้ พม่า เป็นประเทศต้นทาง เป็นประเทศที่สร้างสภาวะการซึ่งกดดันให้คนเหล่านี้ ต้องหนีออกจากประเทศ  แล้วต่อมาก็คือประเทศไทย ซึ่งเป็นทางผ่าน และเป็นที่อาศัยของกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ และประเทศมาเลเซียในฐานะประเทศปลายทางที่คนเหล่านี้ ถ้าสามารถประสานงานกันระหว่างสามประเทศนี้ได้ มันก็น่าจะช่วยบรรเทาปัญหานี้ลงไปได้เยอะ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี่อาเซี่ยนจะต้องนำไปหารือกัน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีสามประเทศที่เกี่ยวข้อง มันเกือบครึ่งของประเทศอาเซี่ยนไปแล้ว เพราะปัญหาดังหล่าวมันทำให้เกิดปัญหา และภาระให้กับประเทศไทย มาเลเซีย “เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องของมนุษยธรรม ชาว โรฮิงญา เขาก็เป็นมนุษย์ มีความเดือดร้อน มีความต้องการเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไป”

ซึ่งคนที่มีจิตใจที่เป็นมนุษย์ไม่ควรจะนิ่งดูดายกระทั่งมองเห็นเขาถูกฆ่าเป็นร้อยเป็นพันด้วยความรู้สึกเฉยชาผมคิดว่าไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องโศกนาถกรรมของมนุษยชาติ มันไม่ใช่แค่คนสองคน เรื่องของปัจเจกไม่ใช่

"ล่าสุดทราบข่าว ทางตัวแทนขององค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ชาวมาเลเซีย จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อติดตามการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งตัวแทนโอไอซี ชาวมาเลเซีย คนนี้ ได้รับการแต่งตั้งให้ดูเรื่อง โรฮีนจา โดยตรง น่าจะเป็นวันจันทร์นี้ ที่เขาจะเดินทาง ถ้าจำไม่ผิด คนนี้เขาเป็นอดีตรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ที่ไอไอซีแต่งตั้งให้ดูแลเรื่องรับผิดชอบปัญหา “โรฮิงญา” โดยเฉพาะ” ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรีประจำภาคใต้ กล่าว