นักท่องเที่ยวเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดป้ายเตือน-ให้ความรู้ขั้นตอนการแช่น้ำแร่ร้อน ข้อควรระวังหวั่นเกิดเหตุซ้ำอีก
นายสนชัย อุ่ยเต็กเค่ง นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ระนอง เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดกรณีที่มีข่าวนักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เกิดปัญหาฮีทสโตรก ช็อคหมดสติ หลังลงไปแช่บ่อน้ำร้อนที่ จ.กระบี่ ทำให้เกิดข้อเรียกร้องจากนักท่องเที่ยวมายังเทศบาลเมืองระนองที่ดูแลบ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน บ่อน้ำแร่ร้อนชื่อดังของ จ.ระนอง ให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดป้ายเตือนและป้ายให้ความรู้ ขั้นตอนการแช่น้ำแร่ร้อนและข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวในการปฏิบัติตัวในระหว่างก่อนแช่น้ำแร่ร้อน ระหว่างการแช่ และหลังการแช่เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้องในการแช่น้ำแร่ร้อนและมีความปลอดภัย ซึ่งใน จ.ระนอง เคยมีเหตุการณ์ผู้เสียชีวิตมาแล้วก่อนหน้านี้ในระหว่างแช่น้ำแร่ร้อน แต่ไม่เป็นข่าว ซึ่งทางสมาคมฯได้ประสานไปยังเทศบาลเมืองระนองให้รีบดำเนินการแล้ว
นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เกิดบ่อยก็ตาม แต่เมื่อเป็นแล้วมีอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากการลงไปแช่น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าร่างกาย คือ สูงกว่า 37 องศาเซลเซียส หากร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ทัน จะกระทบต่อการทำงานของอวัยวะภายใน ล่าสุดทางกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยว และมีบริการแช่น้ำอุ่น น้ำบ่อ น้ำพุร้อน น้ำแร่ รวมทั้งโรงแรมที่มีอ่างอาบน้ำที่มีก๊อกน้ำร้อนน้ำเย็นให้ผู้ใช้บริการผสมเอง สนับสนุนข้อมูลวิธีการใช้บริการที่ถูกต้องแก่ผู้ดูแล ผู้ประกอบการ ในการติดป้ายคำแนะนำวิธีการที่ถูกต้อง จัดทำเอกสารแนะนำ ผู้ใช้บริการ เพื่อความปลอดภัย
สำหรับการแช่น้ำอุ่น น้ำพุร้อน น้ำแร่ มีประโยชน์ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และลดความเครียดได้ แต่ขั้นตอนการลงแช่ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ร่างกายปรับตัว บุคคลที่ไม่ควรลงแช่ในน้ำประเภทนี้ มี 3 กลุ่มใหญ่ คือ
1.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจ และเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่มีผลต่อหลอดเลือดและหัวใจอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน จะมีความเสี่ยงเกิดบาดแผลพุพองที่ผิวหนังที่เท้าอาจพบการติดเชื้อตามมาได้ 2.หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำจะทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย รวมทั้งที่มดลูกจะขยายตัวอาจเป็นอันตรายแก่เด็กในครรภ์และตนเองได้ 3.ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบติดเชื้อหรือมีบาดแผล อาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น
ในกรณีของการแช่น้ำพุร้อน ประชาชนควรอ่านป้ายคำแนะนำและปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง สังเกตอุณหภูมิของน้ำที่ระบุไว้ ซึ่งอุณหภูมิที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส และไม่ควรแช่อยู่ในน้ำติดต่อกันเป็นเวลานาน วิธีที่ถูกต้องคือก่อนลงแช่น้ำให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย 20 นาที และจุ่มมือทดสอบความร้อนของน้ำ จากนั้นค่อยๆ หย่อนตัวลงแช่ในน้ำร้อนอย่างช้าๆ เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพเข้ากับน้ำร้อน และแช่ประมาณ 10 นาที
(ภาพ-thai.tourismthailand.org)





