วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กระต่ายจัดทัพใหญ่รับฉลามชล "กิเลนผยอง" เปิดรังฉะแข้งเทพ

"กระต่ายแก้ว" บางกอกกล๊าส จัดเต็ม ส่งตัวหลักลงสนามได้ครบครันรับมือ "ฉลามชล" ชลบุรี

 ที่มาในสภาพพิการ หลังนักเตะตัวหลักบาดเจ็บเพียบ ในศึก “บิ๊กแมทช์” โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก วันที่ 26 เม.ย.นี้ ด้าน "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ ส่งชุดใหญ่หวังหยุดความร้อนแรงของ "แข้งเทพ" แบงค็อก ส่วน "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ เจอ "ตะหานน้ำ" ราชนาวี และ "พลังเอ็ม" โอสถสภา ฉะ "นกใหญ่" ชัยนาท


ฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2015 กลับมาแข่งขันอีกครั้งหลังหยุดพักช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยวันที่ 26 เมษายนนี้ เป็นนัดที่ 7 ของทุกทีม มีแข่งขัน 4 คู่ “บิ๊กแมทช์” เวลา 19.00 น. “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส อันดับ 3 มี 13 คะแนน เล่นที่ลีโอ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “ฉลามชล” ชลบุรี อันดับ 11 ที่มีเพียง 7 คะแนน ถ่ายทอดสดช่องทรู 4 ยู และทรูสปอร์ต เอชดี 3


เจ้าถิ่นฟอร์มร้อนแรงมากในปีนี้ แต่เกมลีกล่าสุดก่อนพักสงกรานต์บุกไปแพ้ ทีโอที 1-2 อย่างไรก็ตามขุมกำลังหลักยังอยู่กันพร้อมหน้า ดังนั้นจะส่งชุดใหญ่ลงสนามเพื่อกู้ศรัทธาแน่นอน โดย ลาซารัส คาอิมบี เป็นทีเด็ดในแดนหน้า ส่วน ดาร์โก ทาเชฟสกี, ณรงค์ จันทร์เสวก, พีระพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ทำเกม


ด้าน ชลบุรี ชนะเพียงเกมเดียวจาก 7 นัดแรกของฤดูกาล ทว่าเสมอมากถึง 4 นัด ดังนั้นหากยังต้องการลุ้นแชมป์จะต้องไม่พลาดอีกแล้ว อย่างไรก็ตามสภาพทีมต้องเจอปัญหาเมื่อ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล, ติอาโก คุนญา, ภูริฑัต จาริกานนท์ และอดุล หละโสะ 4 ผู้เล่นตัวหลักยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ และล่าสุด สุทธินันท์ พุกหอม กองหลังตัวเก่งยังต้องพักนาน 1 เดือน เพราะบาดเจ็บ ทำให้ ชลบุรี อาจต้องส่งดาวรุ่งลงสนามบ้าง ส่วนตัวหลักคนอื่นๆ อาทิ ชลทิตย์ จันทคาม, จูเลียโน มิไนโร, นูรูล ศรียานเก็ม, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ พร้อมลงสนาม โดยสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันรวมทุกรายการ 16 นัด บีจี ชนะ 6 เสมอ 5 และ ชลบุรี ชนะ 5 เกม ทว่าผลงานที่เจอกันในเกมล่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ชลบุรี ชนะ บีจี ได้ทั้ง 2 นัด คือเปิดบ้านชนะ 3-2 และบุกชนะถึงถิ่นลีโอ 2-0


เวลาเดียวกัน “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม 150 อันดับ 8 มี 10 แต้ม เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบ “นกใหญ่” ชัยนาท อันดับ 10 ที่มี 8 แต้ม ถ่ายทอดสดทรูสปอร์ต 6 เจ้าถิ่นเพิ่งบุกชนะ อาร์มี่ 3-1 ในเกมลีกล่าสุดซึ่งเป็นสกอร์ที่พลิกความคาดหมายพอสมควร ดังนั้นนัดนี้คงไม่เปลี่ยนแปลงทีมมาก โดย แอดดิสัน โอลิเวียรา จะนำทัพในแนวรุก ส่วน ชัยนาท ยังคงใช้ผู้เล่นหน้าเดิมลงสนาม นำโดยคู่กองหน้าต่างชาติ มิคาเอล เมอร์ซี กับ อเลกซ์ เวสลีย์


เวลา 18.00 น. “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อันดับ 4 มี 13 คะแนน เฝ้ารังไอโมบาย สเตเดี้ยม พบ “ตะหานน้ำ” ราชนาวี อันดับ 15 มีแค่ 4 แต้ม ถ่ายทอดสดช่องทรูสปอร์ต 2 และทรูสปอร์ต เอชดี 2 เจ้าถิ่นเพิ่งเล่นเกมกลางสัปดาห์ในถ้วยเอเชียและเดินทางกลับถึงเมืองไทยเมื่อวันพฤหัสบดี แต่โชคดีที่ไม่มีนักเตะรายใดมีอาการบาดเจ็บติดตัวกลับมา แต่อาจโรเตชั่นนักเตะบางคน ซึ่ง ประกิต ดีพร้อม จะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ส่วนกองหน้ายังคงใช้ ดิโอโก ซานโต กับ กิลเบอร์โต มาเชนา ด้าน ราชนาวี เก็บชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลได้แล้ว จึงไม่เปลี่ยนแปลงทีมแน่นอน นำโดย แองเจโล มาชูกา, อมร ธรรมนาม และดาบิด บายีฮา


ปิดท้ายเวลา 20.00 น. อีกเกม “บิ๊กแมทช์” ระหว่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทองฯ อันดับ 7 มี 11 คะแนน เปิดรังเอสซีจี สเตเดี้ยม พบ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด อันดับ 6 ที่มี 11 คะแนนเท่ากัน ถ่ายทอดสดช่องทรูสปอร์ต 2 เจ้าถิ่นเพิ่งพลาดท่าบุกแพ้ สุพรรณบุรี 1-2 เกมนี้จึงต้องเน้นเป็นพิเศษ โดยนักเตะตัวหลักไม่มีใครบาดเจ็บหรือติดโทษแบน โดย “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, คลีตัน ซิลวา, มาริโอ ยูรอฟสกี และดัสกร ทองเหลา จะเป็นทีเด็ดในเกมรุก ขณะที่ แบงค็อก มาในสภาพฟูลทีมเช่นกัน นำโดย โรแม็ง กัสมี, เลอันโดร ตาตู, เอกชัย สำเร และวิทยา หมัดหลำ