วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รปภ.เพี้ยนแทงเด็ก ปวช.บาดเจ็บ

ตร.รวบ รปภ.เพี้ยนแทงเด็ก ปวช.บาดเจ็บ บนรถเมล์ พบเคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น ติดคุก 4 ปี เพื่งพ้นโทษออกมา

พ.ต.ต.วัชรพล สุวนันทวงศ์ สวป.สน.ห้วยขวาง  ได้รับแจ้งเหตุแทงกันบนรถโดยสารประจำทางขนส่งกรุงเทพ ยูโรทู สาย 73ก สีส้ม เลขข้างรถ 8 – 67026 ทะเบียน 13– 0305 กรุงเทพมหานคร วิ่งระหว่าง สวนสยาม – สะพานพุทธ บริเวณป้ายรัชดาภิเษก ซอย 4 ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.ห้วยขวาง ตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุบนรถประจำทางสายดังกล่าว พบเพียงกองเลือด ที่พื้นและเบาะใกล้ประตูทางขึ้นลง ส่วนผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.ปิยะเวช ทราบชื่อ นายปารเมศ บริรักษ์ อายุ 16 ปี มีบาดแผลบริเวณมือทั้งสองข้าง ใบหน้า และลำคอ อาการปลอดภัย โดยมีพลเมืองดีสามารถจับกุมตัว

นายสุริยา ผกามาศ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 286 ตรอกศาลเจ้าโกบ๊อ 1 ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 34 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. พร้อมของกลางมีดพกสั้น 1 เล่ม เปื้อนเลือด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาโดยมี พ.ต.ท.ศาสตร์ศักดิ์ ชัยประเสริฐ รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.ศุภภัทร สวัสดี สวป.สน.ห้วยขวาง ร่วมสอบปากคำ

น.ส.พนิดา บริรักษ์ อายุ 17 ปี ลูกพี่ลูกน้อง ให้การว่า ผู้บาดเจ็บเป็นญาติ เรียนชั้น ปชว. ปีที่ 2 เทคนิคพัทลุง เพิ่งขึ้นมาจาก จ.พัทลุง เพื่อพบญาติ โดยพวกตนมากัน 3 คน หญิง 2 ชาย 1 รวมคนเจ็บ นั่งอยู่เบาะหลังสุด ส่วนผู้ต้องหานั่งอยู่เบาะคู่ถัดไป 2 เบาะ เมื่อถึงป้ายระหว่างที่กำลังจะลงจากรถ ผู้ต้องหาผลักคนเจ็บลงไปที่เบาะก่อนที่จะใช้อาวุธมีดพกทำร้าย ก่อนที่จะลงจากรถพวกตนจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจนมีพลเมืองดีช่วยจับคนร้ายไว้ได้ ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และไม่มีการพูดคุยกับผู้ต้องหา

สอบปากคำ นายสุริยา รับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง มีอาชีพเป็น รปภ. บริษัทแห่งหนึ่ง หลังเลิกงานนั่งรถคันดังกล่าวจากบริเวณลาดพร้าว แต่ระหว่างที่อยู่บนรถผู้บาดเจ็บนั่งอยู่เบาะหลังตะโกนด่าดูถูกหยาบคาย โดยตนไม่ได้ตอบโต้ แต่เมื่อถึงป้ายรถจึงลุกขึ้นไปใช้อาวุธมีดแทงคนเจ็บ จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น เคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยใช้ขวดปากฉลามแทงที่คอ พื้นที่ สน.พลับพลาไชย 2 เมื่อปี 2543 ติดคุก 4 ปี เพื่งพ้นโทษออกมา และเป็นผู้ป่วยของ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ไม่ได้มาประมาณ 3 เดือนแล้ว แจ้งข้อหา “ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป