วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อนุพงษ์' สั่งปลัดมท. ลุยสาง115ขรก.เอี่ยวทุจริต

"พล.อ.อนุพงษ์" สั่งปลัดมหาดไทย ลุยสางขรก.115ราย- กทม.3รายเอี่ยวทุจริต มีบริหารสูง 4 ราย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เตรียมใช้มาตรา 44 ในการดำเนินการกับข้าราชการทุจริตว่า ขณะนี้ทางนายกฯได้ส่งรายชื่อมายังตนส่วนหนึ่งแล้ว กำลังตรวจสอบว่า ดำเนินการตามกฎหมายไปถึงขั้นใดแล้ว ถ้ามีแนวโน้มไปในทางที่ทุจริตอย่างแน่นอน ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยตนก็จะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ ถ้ามีมูล แต่ถ้ายังไม่ถึงขั้นนั้น ตนก็จะแจ้งนายกฯว่า สอบสวนแล้ว น่าจะมีมูลความผิด ก็จะเรียนถามท่านว่า จะใช้กฏหมายอื่นหรือไม่อย่างไร

เมื่อถามว่า รายชื่อที่นายกฯส่งมามีการจำแนกประเภทความผิด เรื่องสำคัญๆมีจำนวนเท่าใด พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวตอบว่า ทั้งหมดที่ส่งมา ของกระทรวงมหาดไทยมี 115 ราย รวมกับของกรุงเทพมหานคร อีก 3 ราย เป็น 118 ราย มีทั้งส่วนประจำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

เมื่อถามอีกว่า มีรายชื่อผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องตรวจสอบหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า อยู่ในขั้นตรวจสอบอยู่แล้วทั้งหมด ส่วนผู้บริหารระดับสูงที่เข้าข่ายมี 4 ราย
เมื่อถามว่า มีผู้บริหารระดับสูงในระดับรองปลัดกระทรวงด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม โดยกล่าวว่า “ถามเรื่องอื่นเถอะ”

เมื่อถามว่า สังคมกำลังจับจ้องไปที่การใช้มาตรา 44 ของนายกฯ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเองจะมีความชัดเจนอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เดียวคงจะมีความชัดเจน เพราะตนได้รายชื่อแล้วก็แจ้งทางปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาว่า มีการดำเนินการตามกฎหมาย สืบสวน สอบสวน ไปถึงขั้นตอนใด แล้วให้แจ้งมา

“ผมอธิบายหลายครั้งแล้ว ถ้าชี้มูล มีมูล ผมก็สั่งดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการพักราชการ หรือให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ผมทำได้ แต่ให้มันถึงทางกฎหมายก่อน ถ้าไม่ถึง ผมก็จะไปเรียนท่านนายกฯว่า จะทำอย่างไรต่อไป” รมว.มหาดไทย กล่าวและว่า สำหรับการเปิดตำแหน่งรองรับในกรณีดังกล่าวนั้น ถ้าตำแหน่งเท่าเทียมกัน ก็ต้องเอาคนที่เท่าเทียมกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจะนำผู้ว่าราชการจังหวัดไปเข้ามาก็ต้องเอาผู้ตรวจราชการกระทรวงออกไป ถ้าผู้ตรวจฯไม่มี ก็ต้องแจ้งนายกฯว่า ถ้าจะต้องเปิดตำแหน่งก็ต้องเปิด โดยไม่ต้องใช้มาตรา 44 ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตนเคยเสนอขอเปิดตำแหน่งกับทางสำนักคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)ไปแล้ว แต่เขาไม่ค่อยเห็นด้วย

เมื่อถามอีกว่า ทางออกจะเป็นอย่างไร ถ้าชี้มูลแล้วมีการย้าย ก็เหมือนกับแค่สลับตำแหน่งก็ยังเหมือนเดิม จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ให้ตนสำรวจออกมาก่อน ให้ได้ข้อมูลก่อน แล้วจึงแจ้งนายกฯว่า ถ้าออกมาในลักษณะนี้จะทำอย่างไร จะใช้กฎหมายพิเศษหรือไม่ ก็ต้องมีข้อมูลให้นายกฯก่อน

เมื่อถามย้ำว่า ในกระบวนการตรวจสอบจะใช้เวลานานหรือไม่ กว่าจะถึงขั้นตอนที่จะแจ้งทางนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ไม่นานหรอก แป๊บเดียวก็เสร็จ เดียวบ่ายๆก็เสร็จมั้ง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นจากการให้สัมภาษณ์พล.อ.อนุพงษ์ หันไปถามนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงรายละเอียดในรายชื่อข้าราชการดังกล่าว 118 ราย โดยนายวิบูลย์ กล่าวว่า รายชื่อที่ส่งมา ยังไม่ระบุความผิดในคดีเพียงแต่แจ้งมาว่า มีรายใดบ้าง อยู่กรมใด สังกัด อย่างไรก็ตามพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวเสริมว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยหน่วยงานที่ตรวจสอบได้แก่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลว่า ผิดจริง ตนพร้อมสั่งปลดออก ไล่ออก โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันทางนายกฯเองก็กำลังพิจารณา อาจใช้อำนาจพิเศษ หรือมาตรา 44 ต่อข้าราชการบางส่วน

“ถ้ากฎหมายชี้ชัดแล้วผมพร้อมดำเนินการ แต่ถ้ายังไม่ชี้ชัด นี่แหละอาจจะต้องใช้อำนาจพิเศษลงไปช่วย” รมว.มหาดไทยกล่าว