อดีตสามีบุกจ่อยิงเมียสาหัส ก่อนยิงตัวเองตายตาม แต่โชคดีเมียรอด ลูกสาวเผยพ่อติดยาเสพติดอย่างหนัก จนแม่ทนไม่ไหวขอแยกบ้านอยู่
พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองป้อง สารวัตรเวร สภ.เมืองยโสธร ได้รับแจ้งเหตุเกิดเหตุยิงกันตายที่ร้านจำหน่ายเนื้อโค-กระบือ ริมถนนเจ้าเสด็จ กลางชุมชนบ้านน้ำคำน้อย บ้านเลขที่ 227 หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำคำใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรงค์ บุญด้วง ผกก.สภ.เมืองยโสธร พ.ต.ท.วทัญญู รุ่งรัศมี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยโสธร พ.ต.ท.ปรีชา เนติวัชรเวช รอง ผกก.สส.สภ.เมืองยโสธร กู้ภัยฮุก 31 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.ยโสธร แพทย์เวร ร.พ.ยโสธร และนายสมเพ็ชร สร้อยสระคู นายอำเภอเมืองยโสธร เข้าร่วมตรวจที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบกองเลือดกองใหญ่ที่ใต้แคร่ไม้วางถุงเนื้อวัวเตรียมจำหน่าย ภายในร้านเขียงเนื้อทราบว่าเป็นกองเลือด นางกนกวรรณ(หรือซิ้ง)นามโคตร อายุ 43 ปี เจ้าของเขียงเนื้อ พบปลอกลูกปืนขนาด,22 ที่ยิงแล้วตกอยู่ จำนวน 3 ปลอกและที่ยังไม่ได้ยิง จำนวน 3 นัดใกล้กันพบศพนายวพจน์ สีสุก อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 บ้านน้ำคำน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำคำใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร นอนเสียชีวิตหน้ารถจยย. สภาพศพผู้ตายสวมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ สวมเสื้อเชิ้ตลายแขนสั้น ข้างศพด้านซ้ายพบปืนพกสั้นแบบลูกโม่ขนาด .22 ตกอยู่ ผู้ตายตายในสภาพนอนหงายที่ศรีษะมีรอยถูกยิงจากทางด้านขมับขวา กระสุนทะลุ
จากการตรวจในตัวผู้ตายตำรวจยังพบ ลูกกระสุนปืนขนาด .22 อีกจำนวน 5 นัด จากการสอบสวน น.ส.เมตตา สามากาล อายุ 28 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ และอยู่ใกล้ขณะเกิดเหตุ เปิดเผยว่า นายไวพจน์ สีสุก เป็นอดีตสามี นางกนกวรรณ นามโคตร แยกกันอยู่มา 2 ปี แล้ว โดยนางกนกวรรณ กับลูกสาว มานอนที่ร้านขายเนื้อวัว โดยยกบ้านเลขที่ 277 บ้านนำคำน้อย ให้สามีอยู่ นานๆ สามีจะมาเอะอะหรืออาละวาดกับภรรยา ที่ร้านขายเนื้อเพื่อขอแบ่งสมบัติ และก่อนเกิดเหตุช่วงเช้า ตนละนางกนกวรรณ นายจ้างก็ได้นำเนื้อวัวชำแหละออกมาวางที่แคร่หน้าร้านเตรียมขายให้ลูกค้าเหมือนเช่นทุกวัน อยู่ๆ นายไวพจน์ สีสุก อดีตสามี นางกนกวรรณ นามโคตร ก็เดินเข้ามายืนประจันหน้ากับ นางกนกวรรณ ก่อนจะชักปืนออกมา และพูดขึ้นว่า "กูต้องการแบ่งทรัพย์สมบัติ เมื่อไหร่มึงจะแบ่งให้กู” ส่วนภรรยาก็บอกว่าได้ยกให้แล้วบ้านที่อาศัยอยู่จะทำอะไรก็เชิญ แต่ฝ่ายอดีตสามีบอกว่า กูยังขายไม่ได้เพราะมีชื่อมึงร่วมอยู่ ภรรยาบอกมีปัญญาก็ให้ไปขายเลย ตนไม่ขัดขวาง คงด้วยความโมโหสุดขีด นายไวพจน์ ได้ลั่นไกปืนนัดแรกเข้าแสกหน้าภรรยา ล้มฟุบและยิงซ้ำเข้าทรวงอกขวาอีก 1 นัด นอนแน่นิ่ง ตนเห็นอย่างนั้นวิ่งหนีไม่คิดชีวิต กลัวโดนลูกหลง
จากนั้นคนข้างบ้านได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ และกู้ภัยฮุก 31 นำผู้บาดเจ็บเข้ารักษาที่ห้องไอซียู ล่าสุดอาการดีขึ้น ส่วนทางด้านนายไวพจน์ สีสุก นึกว่าอดีตภรรยาเสียชีวิต ได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงขมับตัวเองหวังตายตาม
ด้าน น.ส.สุธิตา สีสุก อายุ 16 ปี ลูกสาวหลังเกิดเหตุได้นำร่างโชกเลือดของแม่ส่ง ร.พ.ยโสธร ก่อนย้อนกลับมาดูศพพ่อที่ร้านขายเนื้อ หลังหมอแจ้งข่าวดีแม่อาการดีขึ้นได้กล่าวทั้งน้ำตา เล่าให้ ตร.ร้อยเวรฟังถึงความคับแค้นที่แน่นในอกมานาน ว่าสาเหตุที่แม่แยกที่อยู่กับพ่อเพราะพ่อติดยาเสพติดหนัก จนส่งพ่อไปบำบัดค่ายวิวัฒน์พลเมืองกรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดิรทรเดชา อำเภอเมืองยโสธร รวมทั้งตามวัดต่างๆที่รับบำบัดผู้เสพยา กลับออกมาจากบำบัดพ่อก็ยังกลับไปเสพยาเสพติดอีก แม่ทนไม่ไหวอายสังคมในชุมชน ที่สำคัญพ่อผลาญเงินครอบครัวที่ช่วงหลังแม่ดิ้นรนหาเพียงลำพังไว้ให้ลูก 2 คน ได้เล่าเรียนสร้างอนาคต แม่จึงตัดสินขอแยกกันอยู่ โดยแม่เสียสละมากั้นห้องเล็กๆ ที่หน้าคอกวัวหลับนอนมากว่า 1 ปี แต่แม่ก็ยังให้เงินพ่อใช้จ่ายเมื่อมาแบมือขอ
นอกจากนี้แม่ยังได้ยกบ้านที่ร่วมกันสร้างมาให้พ่ออยู่คนเดียว มูลเหตุพ่อลงมือก่อเหตุคงมาจากอารมณ์ชั่ววูบของคนติดยา ตนก็รักพ่อ และเคารพรักแม่มากเพราะแม่คือผู้เสียสละ ส่วนในช่วงสายวันนี้ หากพ่อไม่ก่อเหตุก่อนแม่ได้นิมนต์พระและเชิญหมอสูตรมาประกอบพิธียกเสาเอกบ้านอาศัยสร้างห่างจุดเกิดเหตุ 20 เมตร ซึ่งแม่ได้จ้างช่างเตรียมสถานที่ไว้ทำพิธีในช่วง 9 โมงเช้า แต่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นในครอบครัวก่อน





