แข้งไทย จับติ้วร่วมสาย อิรัก, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และไต้หวัน ในศึกฟุตบอลโลก 2018
รอบคัดเลือก รอบ 2 โซนเอเชีย ประเดิมเกมแรกเปิดบ้านรับมือ เวียดนาม วันที่ 11 มิ.ย.นี้ ด้าน "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย เข้ารอบให้ได้ขณะที่ "บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายก ส.ลูกหนัง ประกาศอัดฉีด 30 ล้านบาท หากเข้ารอบ
ที่ ร.ร.เจดับบลิว มาริออต ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา มีการจับฉลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบ 2 โซนเอเชีย ซึ่งมี 40 ชาติคัดเลือก และรวมถึง "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ทีมอันดับ 21 ของเอเชียที่อยู่ในโถที่ 3 ด้วย โดยการจับฉลากแบ่งออกเป็น 8 สาย สายละ 5 ทีม
ผลการจับฉลาก ปรากฎว่า ทีมชาติไทย จับอยู่สาย เอฟ ร่วมกับ อิรัก, เวียดนาม, อินโดนีเซีย และไต้หวัน ซึ่งถือเป็นสายที่ไม่หนักมาก โดย"ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ช ทีมชาติไทย กล่าวว่าพอใจกับผลการจับฉลากที่ออกมาเพราะหากเทียบกับสายอื่นถือว่า ไทย ไม่อยู่ในสายที่หนักเท่าไหร่
"ทั้ง 4 ทีมที่อยู่ร่วมสายกับการเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่ก็เคยเจอกันมาตลอดจึงทำให้มีข้อมูลพอสมควร โดยเกมในบ้าน 4 นัด เราต้องเอาชนะให้ได้ทั้งหมด ส่วนเกมนอกบ้านก็ต้องมีชัยชนะบ้าง ซึ่งหลังสงกรานต์จะมีการวางแผนถึงการเตรียมทีม โดยเบื้องต้นคงไม่ต้องอุ่นเครื่องกับทีมจากตะวันออกกลางแล้ว เว้นแต่ก่อนเจอ อิรัก ที่คงต้องมีการเดินทางไปก่อนล่วงหน้า 4-5 วัน ส่วนการเข้ารอบไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเป็นที่ 1 แต่ขอแค่เข้ารอบก็พอ"
ด้าน "บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวว่า ไทย โชคดีที่อยู่ในสายที่ไม่หนักเท่าไหร่ แต่ก็จะไม่ประมาทซึ่งจะมีการนัดหารือกับ "ซิโก้" หลังสงกรานต์ทันที ขณะเดียวกันได้ตั้งงบอัดฉีดไว้ที่ 30 ล้านบาท หากสามารถผ่านเข้ารอบ 3 ได้สำเร็จ
ทั้งนี้ โปรแกรมของ ไทย นัดแรก วันที่ 11 มิถุนายน เปิดบ้านพบ เวียดนาม, นัด 2 วันที่ 16 มิถุนายน เยือน ไต้หวัน, นัด 3 วันที่ 8 กันยายน เปิดบ้านพบ อิรัก, นัด 4 วันที่ 8 ตุลาคม เยือน อินโดนีเซีย, นัด 5 วันที่ 13 ตุลาคม เยือน เวียดนาม, นัด 6 วันที่ 12 พฤศจิกายน เปิดบ้านพบ ไต้หวัน, นัด 7 วันที่ 24 มีนาคม 59 เยือน อิรัก และนัด 8 วันที่ 29 มีนาคม 59 เปิดบ้านพบ อินโดนีเซีย
ขณะที่ผลการจับฉลากทั้งหมด มีดังนี้ สาย เอ ยูเออี, ซาอุดิอารเบีย, ปาเลสไตน์, ติมอร์ เลสเต, มาเลเซีย สาย บี ออสเตรเลีย, จอร์แดน, ทาจิกิสถาน, คีร์กีซสถาน, บังกลาเทศ สาย ซี จีน, กาตาร์ มัลดีฟส์, ภูฏาน, ฮ่องกง สาย ดี อิหร่าน, โอมาน, อินเดีย, เติร์กเมนิสถาน, กวม
สายอี ญี่ปุ่น, ซีเรีย, อัฟกานิสถาน, สิงคโปร์, กัมพูชา สาย เอฟ อิรัก, เวียดนาม, ไทย, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน สาย จี เกาหลีใต้, คูเวต, เลบานอน, เมียนมาร์, ลาว และสาย เอช อุซเบกิสถาน, บาห์เรน, ฟิลิปปินส์, เกาหลีเหนือ, เยเมน
สำหรับการคัดเลือกจะแข่งทั้งหมดทีมละ 8 นัด สลับเหย้า - เยือน ในกลุ่มของตัวเอง คัดเอาทีมแชมป์และอันดับ 2 ที่ดีที่สุดอีก 4 กลุ่ม รวมทั้งหมด 12 ทีมจะผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกรอบที่ 3 ต่อไป เพื่อหาโควตา 4 ทีมครึ่ง เข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซีย ในปี 2018 นอกจากนั้นทั้ง 12 ทีม ยังได้สิทธิ์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2019 ที่ประเทศยูเออี อัตโนมัติ ส่วนอีก 24 ทีมที่ผลงานดีที่สุดจะต้องมาเตะรอบคัดเลือกเพื่อให้เหลือ 12 ทีมไปเล่นเอเชี่ยนคัพ 2019 ต่อไป
แข้งสาวไทยได้คิวอุ่น "เสือเหลือง" เสาร์นี้
ด้านทีมฟุตบอลหญิง ทีมชาติไทย ชุดเตรียมสู้ศึกฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศแคนาดา ในเดือน มิถุนายน นี้ กลับมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา ที่สนามเฉลิมพระเกียรติฯ คลอง 6 ปทุมธานี หลังปล่อยพักช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งล่าสุดทีมนักเตะสาวไทยมีคิวลงสนามอุ่นเครื่องในวันที่ 18 เมษายน นี้ พบกับ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ที่สนามแพท ของการท่าเรือ เวลา 17.00 น.
"โค้ชหนึ่ง" หนึ่งฤทัย สระทองเวียน เฮดโค้ชสาวไทยกล่าวว่าการอุ่นเครื่องกับ มาเลเซีย จะทดสอบผู้เล่นบางคนที่ไม่ค่อยผ่านเกมระดับนานาชาติได้ลงพิสูจน์ตัวเองและจะเป้นการคัดเลือกนักเตะไว้เตรียมลงเล่นฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์อาเซียน ระหว่างวันที่ 1-10 พฤษภาคม นี้ ที่ประเทศเวียดนาม ด้วย


