"เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส ขาด 3 ตัวหลักรวมทั้ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
หัวหอกตัวเก่ง ทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรก เจอกับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา มหาอำนาจลูกหนังแดนกระทิงดุ ที่ส่งทัพใหญ่มาเยือน ในคืนวันนี้ (15 เม.ย.) ด้าน "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ไม่มีทั้ง ฟรองก์ ริเบรี และ อาร์เยน ร็อบเบน เกมไปเยือน เอฟซี ปอร์โต ส่วน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยืนกรานจะเรียกตัว ราฮีม สเตอร์ลิง มาคุยเรื่องภาพลักษณ์ที่ไปดูดบ้องกัญชา
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายนัดแรกคืนวันที่ 15 เมษายน "เปแอสเช" ปารีส์ แซงต์ แชร์กแมง จะเปิดสนาม ปาร์ค เดส์ แปรงค์ รับมาเยือนของ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา เวลา 01.45 น. โดยเกมนี้ โลรองต์ บลองก์ กุนซือเจ้าถิ่นต้องประสบปัญหาอย่างหนัก เมื่อมี 3 ผู้เล่นตัวหลักต้องติดโทษแบนไปพร้อมๆ กันคือ เซิร์ช อูลิเยร์ กองหลังทีมชาติไอวอรี โคสต์, มาร์โก แวร์รัตติ กองกลางทีมชาติอิตาลี และซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก่งทีมชาติสวีเดน
นอกจากนี้ บลองก์ ยังต้องเจอปัญหาเรื่องนักเตะเจ็บอีกสองรายคือ ดาวิด ลุยซ์ แนวรับทีมชาติบราซิล และติอาโก มอตตา กองกลางทีมชาติอิตาลี แต่ฟอร์มล่าสุดยังทำได้ดีเมื่อเอาชนะ โอแซร์ 4-0 คว้าแชมป์เฟรนช์ ลีกคัพ มาครองได้อีกสมัย
แนวรับ บลองก์ ยังคงใช้ ติอาโก ซิลวา กัปตันทีมยืนคู่กับ มาร์คินญอส ขณะที่แดนกลาง โยอัน กาบาย จะลงมาเป็นตัวจริง และคุมพื้่นที่ร่วมกับ แบรส มาตุยดี และมี ฮาเวียร์ ปาสตอเร เดินเกมรุก ขณะที่แดนหน้า เอดิสัน คาวานี จะขยับเข้ามาเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี เอเซเกล ลาเวซซี เป็นตัวสนับสนุน
ฝั่งบาร์เซโลนา มาเยือนนัดนี้ด้วยทีมชุดใหญ่เกือบเต็มที่ มีปัญหาเพียงแค่ตำแหน่งฟูลแบ็กเมื่อ ดาเนียล อัลเวส ติดโทษแบน และต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ จอร์ดี อัลบา แต่ก็มี มาร์ค บาร์ทา กับ อาเดรียโน พร้อมลงสนามแทนอยู่แล้ว แดนกลางตัวหลักลงกันครบทั้ง อันเดรส อิเนสตา, อิวาน ราคิติช และเซร์คิโอ บุสเกตส์ หรือ ฮาเวียร์ มาสเชราโน ขณะที่แนวรุกยังเป็น 3 ประสาน ลิโอเนล เมสซี, หลุยส์ ซัวเรซ และ เนย์มาร์
เกมอีกคู่ในเวลาเดียวกัน "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูงบุนเดสลีกา จะไปเยือน เอฟซี ปอร์โต แต่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือทีมเยือนไม่สามารถจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการที่ ฟรองก์ ริเยรี กับ อาร์เยน ร็อบเบน 2 ปีตัวหลักมีอาการบาดเจ็บไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังขาด ดาวิด อลาบา กับ ฆาบี มาร์ติเนซ ที่ยังเจ็บเช่นเดียวกัน
ทำให้ กวาร์ดิโอลา ต้องปรับแนวรุกด้วยการเอา มาริโอ เกิตเซ กับ โธมัส มุลเลอร์ เป็นกองหน้าตัวริมเส้น และมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนแดนกลางมีข่าวดีที่ ติอาโก อัลคันทารา ฟิตกลับมาลงสนามได้ตั้งแต่เกมบุนเดสลีกา
ขณะที่เจ้าถิ่นจะไม่มี อิบัน มาร์ชาโน กองหลังที่ติดโทษแบน รวมทั้งต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ แจ็คสัน มาร์ติเนซ กับ คริสเตีย เทโญ 2 กองหน้า แต่ยังมี แวงซองต์ อบูบาการ์ กองหน้าทีมชาติแคเมอรูนที่ยิงถ้วยนี้ไปแล้ว 3 ประตูพร้อมลงสนาม
ส่วนศึกพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนท์ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 14 เม.ย. "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล และเริ่มเกมได้แค่ 9 นาทีเจ้าถิ่นได้ประตูออกนำก่อนเมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ลากบอลตัดเข้าเขตโทษไปยิงเป็น 1-0 และจากนั้นเจ้าถิ่นยังพลาดโอกาสอีกหลายครั้งจนจบครึ่งแรก
เข้าครึ่งหลังเจ้าถิ่นมาได้ประตูย้ำชัยชนะอย่างเด็ดขาดจากการยิงลูกส้มหล่นที่หน้าประตูของ โจ อัลเลน และก่อนหมดเวลา 7 นาที ทีมเยือนต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนหลังจาก มุสซา ซิสโซโก โดนใบเหลืองใบที่สองเป็นใบแดง ก่อนลิเวอร์พูล ชนะไป 2-0
หลังจบการแข่งขัน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือลิเวอร์พูล มองว่าเกมนี้ ราฮีม สเตอร์ลิง น่าจะทำแฮตทริกได้ รวมทั้งทีมน่าจะได้ประตูจาก ฟิลิปเป คูตินโญ อีกด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายก็ถือว่าเป็นเกมที่ดีเกมหนึ่งของทั้งคู่
"คุณเห็นแนวทางการเล่นของราฮีมแล้ว เขาเป็นเด็กที่มีความแข็งแกร่งและมีจิตใจที่มั่นคง เขาควรจะทำแฮตทริกได้ ฟอร์มการเล่นของเขาโดดเด่น ทั้งเขาและคูตินโญ เขาเป็นคนที่มีค่ามาก เขาเป็นเด็กที่ยังไม่หยุด เขาอยากเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ผมคิดว่าเขาเล่นได้เด่นในคืนนี้ ทั้งเทคนิคที่มหัศจรรย์ และความสามารถในการทำประตู เขาไล่บอลได้ดี ไปอยู่ในทุกจุด เรามองหาผู้เล่นแบบนี้มาตลอด" ร็อดเจอร์ส กล่าว
ขณะที่ จอห์น คาร์เวอร์ ผู้จัดการทีมนิวคาสเซิลที่แพ้เป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน ยังมองว่าฟอร์มการเล่นนัดนี้ดีขึ้นกว่าเกมที่แพ้ ซันเดอร์แลนด์ และก็น่าจะได้จุดโทษในจังหวะที่ เดบัน ลอฟเรน ไปเตะ อโยเซ เปเรซ ซึ่งน่าจะเป็นจังหวะที่จะได้ประตูตีเสมอ "ผมคิดว่าเรากลับมาได้ดี แต่ผลการแข่งขันนั้นไม่ดีพอ ยังมีจุดดีๆ จากเกมนี้ เรื่องจุดโทษผู้คนที่เข้าใจเกมคงเห็นได้ และผมคิดว่าแฟนบอลลิเวอร์พูลก็เข้าใจอย่างแฟนนิวคาสเซิลที่พวกเขาบอกผมว่ามันเป็นจุดโทษ เบรนแดน ก็บอกว่ามันเป็นจุดโทษ ส่วนการถูกใบแดงนั้น มันจะเป็นใบแดงโดยตรงเลยก็ได้ผมยอมรับ" คาร์เวอร์กล่าว
ขณะเดียวกัน ร็อดเจอร์ส ยังเปิดเผยอีกว่าจะคุยกับ ราฮีม สเตอร์ลิง แบบตัวต่อตัว ถึงเรื่องพฤติกรรมนอกสนาม ที่มีภาพหลุดออกมาจากหนังสือพิมพ์เดอะซัน ในขณะที่สูบบ้องยาสูบ รวมทั้งมีการสูดสารระเหยอีกด้วย "ผมจะคุย ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงจังที่เราต้องดูแลเรื่องนี้ เขาเป็นเด็กที่อยู่ในความสนใจตอนนี้ ดังนั้นเขาต้องรู้ว่าการเป็นผู้เล่นชั้นยอดและเป็นมืออาชีพชั้นสูงนั้นมันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องในสนาม มันมีเรื่องนอกสนามด้วย แต่ผมจะคุยกับเขาต่อไป" ร็อดเจอร์สกล่าว





