โฆษกกอ.รมน. ชี้ผู้ก่อเหตุคาร์บอมบ์ห้างเซ็นทรัล เกาะสมุย นำรถยนที่สวมทะเบียนปลอมจากอ.ยะหา นำไปก่อเหตุ ขณะที่มทภ.4ไม่ฟันธงเกี่ยวพันไฟใต้
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุระเบิดบริเวณลานจอดรถยนต์ชั้นล่างของห้างเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาเกาะสมุย อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง
โดยพบว่าเป็นการระเบิดจากรถยนต์ประกอบระเบิด สภาพรถเสียหายทั้งคัน จากการตรวจสอบเป็นรถยนต์กระบะมาสด้า ไฟเตอร์ 4 ประตู ยกสูง 4×4 สีน้ำตาล ทะเบียน กข 4892 ยะลา ซึ่งก่อนหน้านี้วันที่ 31 มี.ค. ซึ่งคนร้ายจำนวน 7-8 คน ก่อเหตุปล้นชิงรถยนต์กระบะจากพนักงานขับรถอบต.ละแอ ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา ก่อนที่จะสวมทะเบียนปลอม และนำไปก่อเหตุที่เกาะสมุยดังกล่าว
พ.อ.บรรพต กล่าวต่อว่า ในเวลาใกล้เคียงกันได้เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้าสหกรณ์สุราษฎรธานีจำกัด (โคออป) ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี จุดเกิดเหตุเป็นที่เก็บสินค้าสหกรณ์ติดกับศูนย์อาหาร ทำให้ที่เก็บสินค้าและศูนย์อาหารพังเสียหายเกือบทั้งหมด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเป็นเวลาปิดให้บริการแล้ว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือสาเหตุอื่น การตรวจสอบข้อมูลด้านการข่าวในสายงานกอ.รมน.
เบื้องต้นพบว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่มีเจตนาจะขยายพื้นที่ก่อเหตุรุนแรงเกินกว่าพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง แต่มีความเป็นไปได้ในกรณีผู้ลงมือก่อเหตุครั้งนี้เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ หรือเป็นคนร้ายที่มีความชำนาญการประกอบระเบิดในรถยนต์ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้ และได้รับการจ้างวานจากผู้จ้างวาน ที่มีวัตถุประสงค์อื่น ดังเช่นที่เคยเกิดเหตุลอบวางระเบิด เมื่อวันที่ 26 พ.ค.56 บริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
แต่ไม่ว่ามูลเหตุจูงใจหลักจะมาจากสาเหตุใด หรือหวังผลต่อสถานการณ์เช่นใด กอ.รมน. ขอประณามกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ กระทบต่อความสงบสุขของประชาชน และภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งคนร้ายในครั้งนี้เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้อาจถูกตั้งข้อหาการก่อการร้าย หรือข้อหาร่วมกันฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง โดยกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ฯลฯ ต้องระวางโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด
"เหตุระเบิดดังกล่าวยังไม่มีการสรุปสาเหตุของเหตุการณ์แต่อย่างใด ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัีฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองรายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน. ได้รับทราบรายงานขั้นต้นแล้ว และได้สั่งการให้ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 บูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ และจะได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบความคืบหน้าของคดีที่เกิดขึ้นต่อไป พร้อมกันนี้ได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เข้มงวดการรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจุดตรวจ ด่านตรวจต่างๆ ให้มีความตื่นตัว พร้อมปฏิบัติทั้งการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกในเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย” โฆษก กอ.รมน. กล่าว
มทภ.4ยังไม่ฟันธงคาร์บอมบ์สมุย-เกี่ยวพันจว.ใต้
พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิิดเผยว่า เหตุุระเบิดที่ลานจอดรถห้างเซ็นทรัลเฟสติวัลสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี คืนที่่ผ่านมา(10เม.ย.) ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่า รถยนต์ที่ใช้คาร์บอมบ์ ซึ่งแจ้งหายไว้ในพื้นที่ จ.ยะลา ออกมาจากพื้นที่ได้อย่างไร ่ยังไม่ยืนยันว่าจะเป็นการขยายพื้นที่การก่อเหตุของผู้ใช้ความรุนแรง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาก่อเหตุกับภาคใต้ตอนบน ทั้งนี้ได้สั่งการให้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการตั้งจุดตรวจ ด่านสกัด ในจังหวัดพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการก่อเหตุ
แจงหัวหน้า คสช.-ผบ.ทบ.สั่งคลี่คลายคาร์บอมบ์
ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกและโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเกาะสมุย ได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 คน เป็นหญิง 4 ชาย 3 และเหตุเพลิงไหม้ร้านสหกรณ์ที่โคอ๊อฟ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. และพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช.ทราบเรื่องดังกล่าวหลังเกิดเหตุและได้สั่งการให้หน่วยทหาร ตำรวจในพื้นที่เข้าคลี่คลายสถานการณ์ดูแล ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้ให้เจ้าหน้าที่ปรับเพิ่มมาตราการ ดูแล รักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงกลางคืนเพิ่มมากขึ้น
"ขอให้พี่น้องประชาชน ช่วยกันประณามผู้ก่อเหตุทำร้ายประชาชน ซึ่งช่วงนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุข ของพวกเราชาวไทยยอมรับว่ายังมีผู้ไม่หวังดียังพยายามหาช่องว่าง ที่จะทำการก่อกวนเพื่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยในสังคม ด้วยสัญญาลักษณ์การก่อเหตุความรุนแรง ซึ่งขัดต่อแนวทางของคนส่วนใหญ่ ที่ต้องการให้สังคมมีความสงบเรียบร้อย การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมายขั้นรุนแรงหลังจากนี้ไปทาง เจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการดำเนินการตามกฏหมายต่อไปขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลเมื่อพบข้อมูลใดๆที่เป็นประโยชน์สามารถ แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่"พ.อ.วินธัย กล่าว





