“ป๋าเปรม” เปิดโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่23 รับกังวลในพื้นที่5 จังหวัดชายแดนใต้ พบปัญหาแบ่งแยกชนชั้น จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไข
เมื่อเวลา 10.00 น.พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานเปิด โครงการ“สานใจไทย สู่ใจใต้”รุ่นที่ 23 โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ผู้แทนของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงศึกษาธิการ, ศอ.บต. , ซึ่งมีเยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม 240 คน เข้าร่วมโครงการ
โดย พล.อ.เปรม กล่าวว่า โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ดำเนินการมาถึงรุ่นที่ 23 แล้วถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทาง พล.อ.สุรยุทธ์ และนายภานุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ริเริ่มในการจัดทำแบบสอบถาม ถึงความรู้สึกของเยาวชนว่าเป็นอย่างไร โดยใช้หัวข้อที่เราเคยใช้ในโรงเรียนคุณธรรม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริ ให้องคมนตรีทำโครงการศึกษาเน้นคุณธรรมและจริยธรรม โดยมีตนเป็นประธานโคงการและมี พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นประธานดำเนินการในขณะนั้น โดยนายภานุได้เริ่มทำแบบสอบถาม ในพื้นที่ จ.สงขลา โดยให้เด็กเขียนถึงความต้องการใน 2 เรื่องคือ ปัญหาที่เด็กอยากจะแก้ไข และ ความดีที่อยากจะทำให้กับสังคมและประเทศชาติ ทั้งนี้ นายภานุ ได้ส่งรายงานมาให้ตนอ่านและต้องขอชื่นชม พล.อ.สุรยุทธ์และนายภานุ ที่ทำให้เราได้รู้ถึงความต้องการของเด็กๆ
ทั้งนี้ ตนได้อ่านรายงานดังกล่าว 2-3 รอบ และคิดว่าน่าจะต้องทำความเข้าใจกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ดูแลในเรื่องนี้ ตลอดจนผู้ปกครอง เด็ก โรงเรียนปอเนอะ คือเรื่องความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไปโยงกับการแบ่งแยกชนชั้น นายภานุ บอกว่า ปัญหาเรื่องการแบ่งชนชั้น ทำให้เราเข้าใจคลาดเคลื่อน ต้องเข้าใจว่าสังคมไทยไม่มีเรื่องการแบ่งแยกหรือการแบ่งชนชั้น ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม
"ผมรู้สึกเป็นกังวลเพราะในชุมชนไม่มีความเอื้ออาทร มีการแย่งชิงผลประโยชน์ จนทำให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างศาสนา สิ่งนี้คุณภานุ ต้องไปแก้ไข เพราะอ่านแล้วรู้สึกเข้าใจลำบาก หรืออาจเข้าใจผิด ซึ่งนายภานุ ควรจะปรึกษากับ พล.อ.สุรยุทธ์ เพราะมีความชำนาญและดำเนินการในโครงการของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาหลายโครงการ ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวอยู่ที่ผม 1 ฉบับ และ พล.อ.สุรยุทธ์ 1ฉบับ " พล.อ.เปรม. กล่าว
พล.อ.เปรม กล่าวอีกว่า ถ้าเราปล่อยให้เกิดความสับสน และเข้าใจไม่ตรงกัน ก็ไม่ควรปล่อยไว้ จะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกดีใจที่นายภานุ ได้เอาหัวข้อนี้มาทำแบบสอบถาม เพราะเด็กๆจะได้บอกเราว่าอยากแก้ไขปัญหาอะไร และ อยากทำอะไรให้กับประเทศ ถือเป็นสิ่งที่ดีมากๆแต่ต้องให้ความถูกต้องกับเด็กๆด้วย ตนพูดมาครั้งนี้เป็นครั้งที่23 แล้วในเรื่องการแก้ไขปัญหาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอเรียกแบบนี้ก็คงได้ ถึงแม้ว่า จ.สตูล จะไม่มีปัญหา จ.สงขลา จะมีปัญหา 3 อำเภอ และอีก 3 จังหวัดมีปัญหาแบบเต็มๆ
พล.อ.เปรม กล่าวว่า สิ่งที่น่าจะแก้ไขและทำให้รวดเร็วก็คือการแก้ไขความคลาดเคลื่อน ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยึดมั่น 2 อย่างจะทำให้ความผิดพลาดและความคลาดเคลื่อนน้อยลง คือ ความเป็นไทย คือมีความรู้สึกเป็นคนไทยว่าเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และความเป็นธรรม ตนเคยพูดเสมอว่าทุกคนคงได้รับความเป็นธรรมไม่ทั่วถึง แต่ควรจะได้รับจากรัฐที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา
พล.อ.เปรม กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้อยากให้ได้รับการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ให้เด็กเข้าใจตรงกันว่า ความแตกแยกเข้าใจผิดทางศาสนา เป็นเรื่องของอดีตไม่ใช่ปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ในเรื่องของการศึกษาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่ได้มาตราฐาน เราก็ต้องแก้ไขและช่วยกัน บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพก็น่าจะช่วยได้ ตลอดจนองค์กรศาสนาอิสลามที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ทั้งนี้ตนดีใจที่มีการพูดถึงปัญหาความยากจนที่รัฐจะต้องเข้ามาให้การศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความยากจน

