ศธ.เดินหน้านโยบายจัดหลักสูตรคู่ขนาน เรียนทั้งสายสามัญและสายอาชีพในระดับมัธยมปลาย ตั้งเป้าผู้เรียน 2 หมื่นคนครอบคลุมทุกจังหวัดปี 58
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงนโยบายจัดการเรียนการสอนหลักสูตรคู่ขนานสายสามัญกับสายอาชีพ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการเรียนสายอาชีพในโรงเรียนมัธยมศึกษา เมื่อนักเรียนสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้ว จะได้ประกาศนียบัตร 2 ใบทั้งสายสามัญและสายอาชีพ
พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ทางสอศ.ได้นำเสนอ “ ร้อยเอ็ดโมเดล” เป็นการจัดจับคู่ระหว่างโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 27 (ร้อยเอ็ด)จำนวน 36 แห่ง กับสถาบันการศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาในจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 8 แห่ง จัดการเรียนการสอนหลักสูตรคู่ขนานระหว่างสายสามัญและสายอาชีพในระดับมัธยมปลาย ซึ่งค่อนข้างประสบความสำเร็จ
"นโยบายจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรคู่ขนาน สอดคล้องกับนโยบายนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้นักเรียนที่เรียนสายสามัญ มีความรู้สายอาชีพด้วย เมื่อเด็กเรียนจบชั้น ม.6 แล้ว จะได้ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่การทำงานหลังเรียนจบม.6 หรือหันมาเลือกเรียนสายอาชีพแทนสายสามัญ เพราะฉะนั้น ศธ. จะขยายผลนโยบายดังกล่าวให้มากขึ้น และจะเร่งให้สอศ.ทำรายละเอียดของโครงการนี้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ ครม.ได้รับทราบการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าว “ รมว.ศธ. กล่าว
พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปีการศึกษา 2558 นี้ ศธ.จะขยายผลนโยบายดังกล่าว ให้ครอบคลุมทุกจังหวัด ตั้งเป้ารับนักเรียนเข้าร่วมหลักสูตรนี้ให้ได้ 20,000 คน ใช้งบประมาณรองรับ 67 ล้านบาท ซึ่งเจียดจ่ายมาจากงบประมาณของสอศ.และสพฐ. งบประมาณดังกล่าวจะสมทบให้สถานศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำมาดำเนินการในหลักสูตรคู่ขนาน ส่วนในปีการศึกษา 2559 ศธ.ตั้งเป้าขยายผลเป็น 30,000 คน ใช้งบประมาณปี 2559 รองรับ 112 ล้านบาท แต่ขึ้นอยู่กับความสนใจของเด็ก เพราะการสมัครเข้าเรียนหลักสูตรคู่ขนานนี้เป็นไปตามความสนใจของเด็ก





