"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จะส่งทีมชุดถล่ม "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 3-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
บุกเยือน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีกนัดแดงเดือดที่แอนฟิลด์วันที่ 22 มี.ค. ขณะที่เจ้าถิ่นสุดคึก เตรียมปรับทัพให้ ราฮีม สเตอร์ลิง กลับมาเป็นหัวหอก แถม "สตีเวน เจอร์ราร์ด" กัปตันทีมก็กลับคืนสู่ทีมพร้อมลงสนาม ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงไร้ปัญหาไปเยือน "เสือลาย" ฮัลล์ ซิตี
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่มี 54 แต้มจาก 29 นัด จะเปิดแอนฟิลด์ทำศึกแดงเดือดกับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มี 56 แต้มในเวลา 20.30 น. โดยเกมนี้นอกจากจะเป็นศึกศักดิ์ศรีระหว่างทั้งสองทีมแล้ว ยังเป็นการแย่งแต้มกันเพื่อโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกด้วย ซึ่งหากว่า ลิเวอร์พูล คว้า 3 แต้มในนัดนี้จะแซงขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ทันที
เจ้าถิ่นของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะมีการปรับ 11 ตัวจริงจากเกมที่บุกชนะ สวอนซี 1-0 เมื่อวันจันทร์ โดยแนวรับยังคงเป็น เอมเร ชาน, มาร์คิน สเคอร์เทล และมามาดู ซาโก ขณะที่แดนกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น่าจะได้เล่นคู่กับ โจ อัลเลน ต่อไป หรืออาจจะส่ง สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมกลับมาเป็นตัวจริง
แนวรุกน่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ราฮีม สเตอร์ลิง ที่เล่นเป็นวิงแบ็กขวาในเกมล่าสุด น่าจะได้กลับมาเป็นกองหน้าร่วมกับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ เนื่องจากต้องการความเร็วในการโต้กลับ ส่วนตัวประสานงานในแนวรุกยังมีทั้ง อดัม ลัลลานา และฟิลิปเป คูตินโญ
ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ของ หลุยส์ ฟาน กัล ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากเกมที่เอาชนะ สเปอร์ส 3-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าน่าจะได้ มาร์กอส โรโฮ หายเจ็บกลับมา แต่ยังเป็น ฟิล โจนส์ ที่ได้ยืนคู่กับคริส สมอลลิง ในแนวรับ ซึ่งระบบการเล่นจะยังเป็น 4-3-3
3 นักเตะในแดนกลางจะประกอบไปด้วย ไมเคิล คาร์ริค, ฆวน มาตา และอันเดร์ เอร์เรรา ขณะที่ 3 ตัวรุกจะไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอนมี เวย์น รูนีย์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า และมารูยาน เฟลไลนี กับ แอชลีย์ ยัง จะฉีกของทางริมเส้นทั้งสองข้าง เนื่องจาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี ยังมีอาการบาดเจ็บ
สำหรับสถิติที่พบกันในลีกของคู่นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีสถิติที่ดีกว่าชนะไปแล้ว 64 นัด เสมอกัน 44 นัด และลิเวอร์พูล ชนะ 55 นัด เกมล่าสุดที่พบกันที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อต้นฤดูกาล แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ 3-0 แต่เกมล่าสุดที่พบกันที่แอนฟิลด์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล เฉือนเอาชนะไปได้ 1-0
ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงที่มี 64 แต้ม จะไปเยือน "เสือลาย" ฮัลล์ ซิตี ที่มี 28 แต้มในเวลา 23.00 น. ซึ่ง ชูเซ มูรินโญ หวังว่าทีมจะมาเก็บ 3 แต้มให้ได้อีกครั้ง หลังจากที่สองเกมล่าสุดทำได้แค่เสมอคู่แข่งทั้งเกมเสมอ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 2-2 และเสมอ เซาแธมป์ตัน 1-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เรื่องตัวผู้เล่น เชลซี แทบจะไม่มีปัญหาอะไรมีเพียง จอห์น โอบี มิเกล เพียงคนเดียวที่ยังเจ็บ ทำให้ตัวหลักอย่าง เชส ฟาเบรกาส, เอดอง อาซาร์ด และดิเอโก คอสตา ยังลงสนามกันครบ ขณะที่ทีมเยือนมีปัญหาตัวเจ็บหลายคนไม่ว่าจะเป็น นิกิชา เยลาวิช, เจมส์ เชสเตอร์, เลียม โรซิเนียร์, โมฮาเหม็ด ดิยาเม และ โรเบิร์ต สนอดกราสส์
เกมอีกคู่ในเวลาเดียวกัน ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส จะพบกับ เอฟเวอร์ตัน
"มู"เชื่อแชมป์พรีเมียร์ลีกยังต้องลุ้น
ชูเซ มูรินโญ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยังไม่มั่นใจสถานการณ์การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แม้จะมีแต้มนำห่างหลายๆ ทีม โดยยังมองว่าลูกทีมยังต้องลุ้นเก็บแต้มให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะช่วง 8 นัดสุดท้ายของฤดูกาลยังมีอีกถึง 5 ทีมที่มีศักยภาพในการลุ้นแชมป์
"เราถูกไล่ล่าอยู่ทุกวัน ไม่เฉพาะแค่ 2 สัปดาห์หลังสุด มันเป็นมาตั้งแต่เดือน ส.ค. มันเป็นเรื่องธรรมดาของพวกเรา ยังมีทีมอื่นๆ ที่ดีๆ อยู่ และมีความทะเยอทะยานที่ไม่ปล่อยให้พวกเราทำงานกันง่ายๆ มีถึง 5 ทีมในนั้นเพราะว่าระยะห่างเรื่องตัวเลขยังมีความเป็นไปได้ ทีมอันดับ 4 และ 5 ยังไม่หยุดสู้ ดังนั้นผมจึงพูดได้ว่าระยะห่างระหว่างทีมอันดับ 1 ถึง 3 ยังมีลุ้น ระยะห่างไม่มากเท่าไร ผมมองดูพวกเขาและตัวเลขแล้วจึงบอกได้ว่าโอกาสยังเปิดกว้าง"
"เรานำอยู่ มีความได้เปรียบก็จริง แต่ยังมีเส้นทางอีกยาวที่ต้องเดินไป เรามีความมั่นใจ เราเชื่อในความสามารถของพวกเราที่จะอยู่ตรงนี้จนนัดสุดท้าย เส้นทางที่ดีที่สุดคือพยายามสู้ด้วยตัวของพวกเราเอง แต่ก็รู้ว่ายังมีเกมและคู่ต่อสู้ที่ลำบากรอเราอยู่" มูรินโญกล่าว


