วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯสั่ง'ศธ.-สภาพัฒน์'ยกร่างวิชั่น2020ด้านการศึกษา

นายกฯ มอบ ศธ. จับมือ สภาพัฒฯ ยกร่างวิชั่น 2020 ด้านการศึกษา ถอดแบบระบบการศึกษาสิงค์โปร เกาหลีใต้ และฟินแลนด์ ปรับปรุงมาเป็นวิชั่นการศึกษาไทย

รศ.พินิติ รตะนานุ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษาหรือซุปเปอร์บอร์ดด้านการศึกษาที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ได้มีการเชิญผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ปัญหาด้านการศึกษาตามนโยบายของรัฐบาล ในส่วนของสภาการศึกษา (สกศ.) ได้รายงานความคืบหน้าของการปฏิรูปการศึกษาที่ดำเนินการภายใต้คณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษาของศธ. ที่มีพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นประธาน อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ทาง สกศ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดทำวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาระหว่างปี 2015-2020 โดยในวิสัยทัศน์ดังกล่าวจะกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาการศึกษาของไทย พร้อมกำหนดว่าในแต่ละช่วงเวลาจะมีการดำเนินการใดบ้างเพื่อไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อยกร่างวิสัยทัศน์ 2020 เรียบร้อยแล้ว นายกฯจะให้ส่งให้ สภาปฏิรูป (สปช.) และสภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจารณาด้วย

ด้านดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในการจัดทำวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา 2020 นั้น นายกฯ ได้สั่งการให้ไปศึกษาระบบบริหารจัดการศึกษาของ 3 ประเทศ เช่น สิงค์โปร เกาหลีใต้ และฟินแลนด์ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับระบบการศึกษาไทยใน 8 ประเด็น คือ 1.นโยบายด้านการศึกษา 2.ระบบบริหารจัดการการศึกษา 3.โครงสร้างกระทรวงศึกษา 4.การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 5.การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 6.การกำกับและประเมินผลการศึกษา 7.ระบบบริหารงบประมาณเพื่อการศึกษา 8.ประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ

“นายกฯ ให้นำ 8 ประเด็นดังกล่าว ไปศึกษาเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทย กับประเทศสิงค์โปร เกาหลีใต้ และฟินแลนด์ ซึ่งมีระบบจัดการศึกษาที่ประสบความสำเร็จ จากนั้นให้ถอดออกมาเป็นวิชั่นด้านการศึกษาของไทย 2020 โดยในวิชั่นจะแจกแจงออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือ สิ่งที่ศธ.และรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว ในส่วนที่สอง คือสิ่งกำลังจะดำเนินการในปี 2015 และสุดท้ายส่วนที่สามคือ เป็นสิ่งที่จะดำเนินการในอนาคตหลังปี 2016-2020 ทั้งนี้ นายกฯ ต้องการให้วิชั่นดังกล่าวนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ควบคุมไปถึงช่วงหลังการเลือกตั้ง”

ด้าน ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า นายกฯ ได้เน้นย้ำในเรื่องการใช้การศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศ และได้เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ นั้น จะต้องดำเนินการภายใต้โครงสร้างปัจจุบัน ไม่ต้องการเสียเวลากับการปรับโครงสร้างกระทรวงใหม่ ซึ่งการปรับโครงสร้างกระทรวงใหม่จะต้องรอดำเนินการภายหลังที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว นอกจากนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังเน้นย้ำถึงว่าอุดมศึกษาควรที่จะเลิกแข่งขันกันเอง ควรจะตอบโจทย์ของมหาวิทยาลัยและพื้นที่ของแต่ละภูมิภาคของตนเองให้ได้ และดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ