วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กล้ายางพาราขายไม่ออก เกษตรกรขาดทุนยับ

เกษตรกรผู้ปลูกกล้ายางพาราขาดทุนย่อยยับ หลังกล้ายางขายไม่ออก เพราะยางพารามีราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

นายอารมณ์ จันทรรักษ์ อายุ49ปีอยู่บ้านเลขที่67/1หมู่ที่2ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เกษตรกรผู้เพาะต้นกล้ายางพารานับแสนต้นบนเนื้อที่ประมาณ8ไร่ กำลังประสบปัญหาราคาต้นกล้ายางพาราตกต่ำเกี่ยว เนื่องมาจากปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำลง เนื่องจากความต้องการของเกษตรกรลดลง จากเดิมเคยขายได้ต้นละไม่ต่ำกว่า15-18บาทปีนี้เหลือเพียง3บาท ทำให้ต้องขาดทุนอย่างหนัก


โดยเกษตรกรส่วนหนึ่งหันไปปลูกปาล์มน้ำมันแทนยางพารา ทำให้ต้นกล้าที่ปลูกไว้อายุกว่า8เดือนยังไม่ได้รับการติดตา เพื่อทำเป็นยางตาเขียวและยางชำถุง ซึ่งเกษตรกรยังรอดูท่าทีความช่วยเหลือเรื่องราคายางของรัฐบาล หากราคาขยับขึ้น จะทำให้ต้นกล้ายางพาราขยับขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับช่วงนี้ขาดน้ำหวั่นต้นกล้าจะเหี่ยวเฉา จึงต้องปล่อยให้ต้นกล้ายางพาราเติบโตต่อไปเรื่อย ๆ หรือจนกว่าจะมีลูกค้ามาสั่งซื้อเพื่อนำไปปลูก

ส่วนต้นกล้ายางพาราที่ปลูกไว้มีทั้งยาง600ยาง251และพันธุ์มาเลเซีย ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกยาง600เพราะสามารถกรีดยางผ่าแล้งได้ ทนทานและมีโรครบกวนน้อยกว่า ซึ่งปีที่แล้วสามารถขายต้นกล้ายางพาราได้ต้นละ5บาทแต่ปีนี้เกษตรกรยังไม่สามารถขายต้นกล้ายางพาราได้เลยตลอดเวลา8เดือนที่ผ่านมา
นายอารมณ์ จันทรรักษ์ เกษตรกรผู้เพาะต้นกล้ายางพารา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กล่าวว่า รู้สึกถอดใจแต่ต้องทำต่อเพื่อหวังได้ทุนคืนมาบ้าง จึงอยากฝากรัฐบาลให้ช่วยดูแลเรื่องปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เพราะขณะนี้ราคาจากเดิมต้นละ10กว่าบาทปีนี้ไม่แน่ใจว่าจะขายได้ถึงต้นละ3บาทหรือไม่ โดยเนื้อที่8ไร่มีประมาณ100,000ต้น ซึ่งตอนนี้กำลังประสบปัญหาขาดทุนเป็นอย่างมากในรอบ5ปี