รองผู้ว่าฯ พัทลุง ลงพื้นที่ตรวจสอบยางสหกรณ์ หลังพบตัวเลขสูง หวั่นสวมรอย
นายสมเกียรติ สุวรรณนิมิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบรับรองปริมาณสินค้ายางพาราของเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรที่ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดพัทลุงจำกัด ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังชุมนุมสหกรณ์ฯ แจ้งยอดเสนอขายไปยังตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา ไป จำนวน 1,300 ตัน หรือ 1300,000 กิโลกรัม ในปริมาณที่สูง ทั้งที่ก่อนหน้าทางชุมนุมสหกรณ์ก็ได้จำหน่ายยางพาราให้กับ อสย.ไปแล้ว กว่า 800 ตัน หรือ 800,000กิโลกรัม
ทั้งที่สภาพพื้นที่ทางภาคใต้เป็นช่วงฤดูกาลปิดกรีดเพราะต้นยางผลิใบ และจากข้อสงสัยดังกล่าวทำให้ อสย.ชะลอการรับส่งมอบยางพาราจากชุมนุมสหกรณ์พัทลุง ทางคณะจึงได้ลงตรวจสอบปริมาณยางพาราบริเวณโกดังเก็บยางพาราของชุมนุมสหกรณ์ ฯ เลขที่ 55 หมู่ที่ 10 ต.ป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ว่ามีครบตาม ตามที่แจ้งหรือไม่ เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า การแจ้งยอดของจำหน่ายยางพาราของชุมนุมสหกรณ์ ฯ จะมีการนำยางนายทุนมาสวมรอย
นายสมเกียรติ สุวรรณนิมิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า ยอดส่งขายจำหน่ายล๊อตสุดท้ายก่อนจะประกาศปิดการรับซื้อยางพาราของ อสย ตามโครงการมูลภัณฑ์กันชนของ รัฐบาล คสช.จำนวน 1,300 ตันนั้น แยกเป็นของ ชุมนมสหกรณ์ จำนวน 32 สหกรณ์ บุคคลทั่วไปจำนวน 31 ราย และกลุ่มน้ำยาง จำนวน 5 กลุ่ม
ทำให้ทางคณะกรรมจึงใช้วิธีสุ่มตรวจตามสหกรณ์และโกดังเก็บยางส่วนตัวของเกษตรกรจำนวน 4 ราย พบยางมีครบตามจำนวนที่แจ้งไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด แต่สาเหตุที่ไม่สามารถเก็บยางทั้งหมดไว้ที่โกดังได้นั้นเนื่องจากชุมนุมสหกรณ์ มีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถเก็บสต๊อกยางพาราที่รับซื้อไว้ได้ทั้ง 1,300 ตัน ทางชุมนุมสหกรณ์จึงนำยางพาราที่รับซื้อสต๊อกไว้ที่กลุ่มสหกรณ์ต่าง ๆ และ โกดังเก็บยางส่วนของเกษตรกร
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางคณะกรรมการจะได้มีการลงนามรับรองปริมาณสินค้ายางพาราไปยังตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา เพื่อส่งมอบยาง จำนวน 1,300 ตัน ของเกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดพัทลุงต่อไป
นายปรีชา ทองศรีรักษ์ อายุ 49 ปี ประธานชุมนุมสหกรณ์สงเคราะห์การทำสวนยางพาราพัทลุงกล่าวว่า สำหรับจังหวัดพัทลุง แม้ทางชุมนุมสหกรณ์ฯ จะสามารถจำหน่ายยางพาราแผ่นดิบล๊อตสุดท้ายจำนวน 1,300 ตัน ก่อนปิดโครงการมูลภัณฑ์กันชน ตามนโยบายของรัฐบาล คสช.ได้แล้ว
แต่ยางแผ่นยังคงค้างสต๊อก อีกจำนวน 200 กว่าตัน ที่ทางชุมนุมสหกรณ์ต้องนำยางจำนวนดังกล่าวออกขายในราคาที่ต่ำกว่าทุน จำนวน 10 บาท ในส่วนนี้ทางชุมนุมสหกรณ์ยอมขาดทุน เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนจ่ายเงินค่ายางพาราให้กับเกษตรกรสวนยางพาราที่นำยางมาขายให้กับชุมนุมสหกรณ์ได้ จึงอยากเรียกร้องให้มีการขยายเวลารับซื้อยางต่อไปอีก

