คมนาคม เตรียมชงขอตั้งคณะกรรมการระดับชาติ–บริษัทร่วมทุน คุมตั๋วร่วม คาดเริ่มปี 59 นำร่อง บีทีเอส –ทางด่วน
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อทำหน้าที่กำกับการบริหารจัดการตั๋วร่วม จัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน รับผิดชอบดูแลระบบตั๋วร่วมและศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง ซึ่งสนข.จะเสนอรายละเอียดทั้งหมดยังกระทรวงคมนาคม ภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นเสนอขออนุมัติจากครม.ต่อไป
ทั้งนี้ การจัดทำบัตรตั๋วร่วม เพื่อรองรับการใช้งานโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆในอนาคต ให้เชื่อมต่อใช้กับตั๋วร่วมได้ทันที เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบาง-บางซื่อ กำหนดให้บริการปี 59 และรถไฟฟ้าสายอื่นๆ รวมถึงเรือด่วนเจ้าพระยา รถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หากมีความพร้อมจะใช้งานได้
การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนนั้น จะอยู่ในรูปของบริษัทจำกัด ภายใต้กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีภาครัฐถือหุ้นใหญ่ไม่เกิน 50% ขณะที่ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทจำกัดคาดใช้เวลา 1 ปี ส่วนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการจะแบ่งเป็น กลุ่มรถเมล์ที่มีต้นทุนต่ำที่สุดอยู่คิด 1.4% ส่วนรถไฟฟ้าคิดอัตรา 1.5% ทางด่วนคิด 1.8% ส่วนร้านค้าที่ร่วมด้วยไม่เกิน 1.5%
นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำระบบศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางว่า ใน 6 เดือนแรก ตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ค.58 จะเป็นการออกแบบระบบ อีก 6 เดือนต่อมาเดือนส.ค.58 -ก.พ.59 จะใช้ติดตั้งระบบ และช่วงเดือนมี.ค.–ส.ค.59 เป็นช่วงการทดสอบระบบ ดังนั้นตั้งแต่เดือน ส.ค.59 เป็นต้นไป จะนำร่องใช้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส และทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย จากนั้นจะขยายเพื่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)
ส่วนของรูปแบบของบัตรตั๋วร่วมที่จะนำมาให้บริการมี3 ประเภท คือ บัตรที่ไม่มีการลงทะเบียน เมื่อเติมเงินและบัตรหายจะไม่สามารถขอคืนวงเงินในบัตรได้ บัตรที่มีการลงทะเบียน เมื่อบัตรหายสามารถขอคืนวงเงินส่วนที่เหลือในบัตรได้ และบัตรที่ระบุขื่อบุคคล สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลสวัสดิการภาครัฐหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งบริษัทเอกชนจะมีสิทธิประโยชน์ให้กับพนักงานก็สามารถกำหนดได้





