สสจ.แปดริ้วยืนยันติดตามสอบสวนโรคกาฬหลังแอ่นอย่างใกล้ชิด เชื่อไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม ขณะแหล่งที่มาของเชื้อยังไม่ชัดเจน
ระบุมีฝังอยู่ในร่างกายคนทั่วไปในอัตราร้อยละ 20 ของประชากร แต่จะไม่ปรากฏอาการหากร่างกายยังแข็งแรง ย้ำยังไม่ใช่การระบาดของโรค เหตุพบผู้ป่วยแค่เพียงรายเดียวเท่านั้น ในวงรอบ 15 ปี ที่ฉะเชิงเทรา ชี้ภาพรวมทั้งประเทศพบได้ในอัตราต่ำเพียงไม่ถึง 20 รายต่อไป
นายแพทย์ประสิทธิ์ คงเคารพธรรม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า หลังจากพบผู้ป่วยเป็นหญิงวัย 26 ปี ชาวกัมพูชา เสียชีวิตด้วยโรคกาฬหลังแอ่น ได้ส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคให้ติดตามไปยังทุกแห่งที่หญิงชาวกัมพูชารายนี้ เดินทางไป ทั้งในเขต จ.สมุทรปราการ กรุงเทพฯ ตลอดจนบนรถตู้โดยสาร ที่หญิงรายดังกล่าวนี้ พร้อมสามีนั่งกลับมา เพื่อที่จะตรวจหาผู้สัมผัสโรค และแจกจ่ายยาป้องกันโรค เพื่อเป็นการควบคุมไม่ให้ผู้ที่สัมผัสโรคนั้นป่วยขึ้นมาได้อีก
“ฉะนั้นพี่น้องประชาชน จึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับโรคนี้ และน่าจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครติดเชื้อหรือป่วยด้วยโรคกาฬหลังแอ่นนี้อีกแน่นอน ซึ่งเชื้อดังกล่าว ตามปกติในคนธรรมดาทั่วไปในสังคมนั้น ก็สามารถที่จะตรวจพบได้ในประชากรประมาณร้อยละ 20 ของประชากร ที่จะพบเชื้อได้จากภายในโพรงจมูก แต่ที่หญิงชาวกัมพูชารายนี้ เกิดอาการได้นั้น เนื่องจากภูมิต้านทานในร่างกายของเขาต่ำลงไปเอง เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จึงสามารถที่จะโจมตีได้ และยังเป็นการพบผู้ป่วยแค่เพียงรายเดียว จึงยังไม่มีการระบาดใดๆ ทั้งสิ้น” นายแพทย์ประสิทธิ์ กล่าว
ด้าน นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้ แม้จะยังไม่ทราบแหล่งที่มาของโรคที่ชัดเจนนัก ว่าเชื้อนี้ผู้เสียชีวิตได้รับเชื้อมาจากแหล่งใด ภายในประเทศไทยหรือไม่ หรือมีเชื้อฝังอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว ซึ่งลักษณะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ยังบอกไม่ได้ เพราะในคนปกติทั่วไปนั้นก็อาจตรวจพบแต่ไม่มีอาการ ตามอัตราของประชากรประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือเป็นเรื่องยากที่จะพบ ส่วนสามีผู้เสียชีวิตนั้น ขณะนี้ทางแพทย์ได้อนุญาตให้เดินทางออกนอกพื้นที่ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากไม่พบความผิดปกติ


