คืบหน้าช้างป่าตายในพื้นที่ห้วยสัตว์ใหญ่ เบื้องต้นตรวจไม่พบหัวกระสุน คาดตายเองตามธรรมชาติ
ความคืบหน้ากรณีพบช้างป่าละอูตาย 1 ตัว ในพื้นที่ป่าที่ใช้ประโยชน์ทางทหาร ภายในลำห้วยพุไทร หมู่ที่ 1 บ้านเฉลิมพระเกียรติ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีช้างป่าละอูกลุ่มใหญ่อยู่ประมาณ 80 ตัว โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติป่าแก่งกระจาน ตามทางเดินด่านช้างป่าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ล่าสุด พ.ต.อ.วิรัช ทองไทย นักวิทยาศาสตร์ สบ. 4 พิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้นำเครื่องเอกซเรย์หาวัตถุโลหะ เข้าสแกนพื้นที่จุดเกิดเหตุและที่บริเวณซากช้างป่าเพื่อหาวัตถุโลหะหัวกระสุนปืน ซึ่งเกิดจากการล่าช้างป่าอันอาจจะเป็นสาเหตุทำให้ช้างป่าตาย รวมทั้งได้ตรวจหาวัตถุพยานโดยรอบจุดเกิดเหตุทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจเก็บหลักฐานและตรวจที่เกิดเหตุอยู่นานเกือบ 2 ชั่วโมง ผลปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ไม่พบหัวกระสุนปืนบนซากช้างป่า และไม่พบวัตถุพยานใดๆในที่เกิดเหตุที่บ่งบอกได้ว่ามนุษย์เป็นผู้ฆ่าช้างตัวดังกล่าว
จากนั้น สัตวแพทย์หญิงเสาวลักษณ์ พาด้วง สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมทีมสัตว์แพทย์ได้เข้าตรวจสอบซากช้างป่า พบว่า เป็นช้างป่าอายุ 10 ปี โดยตรวจสอบจากจำนวนฟันของช้างป่าที่หลุดออกมา แต่ไม่สามารถระบุเพศของช้างป่าได้ เนื่องจากอวัยวะที่สำคัญเน่าเปื่อยไป และไม่สามารถเก็บชิ้นเนื้อเพื่อไปตรวจวิเคราะห์หาเชื้อโรคหรือสารพิษได้เนื่องจากอวัยวะภายในเน่าเปื่อยและแห้งไปเกือบหมดแล้ว เนื่องจากช้างป่าได้ตายลงเป็นเวลานาน และเชื่อว่า ไม่ได้ตายเพราะการล่า เนื่องจากอวัยวะที่สำคัญของช้างป่า ทั้งงวง หาง และลำตัว ยังอยู่ครบ ประกอบกับที่บริเวณหัวกระโหลกช้าง ไม่มีร่องรอยการตัดฟันหน้าเพื่อฆ่าช้างเอางาแต่อย่างใด จึงลงความเห็นว่าน่าจะเป็นการตายตามธรรมชาติ และให้มีการฝังกลบซากช้างตามขั้นตอนทางวิชาการต่อไป


