วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

เล็งแก้ก.ม.สกัดโกงสหกรณ์ เพิ่มบทลงโทษ'แพ่ง-อาญา'

เล็งแก้ก.ม.สกัดโกงสหกรณ์ เพิ่มบทลงโทษ'แพ่ง-อาญา'

รองปลัด ยธ.ชี้คดีสหกรณ์ฯ คลองจั่นมีข้อมูลการเงินโยงสหกรณ์ฯ มงคลเศรษฐี

ด้านการตรวจสอบงบดุลสหกรณ์ฯ มงคลเศรษฐีพบเงิน 230 ล้านบาทถูกนำไปปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้ 500 รายอ้างเพื่อการกุศล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ขอสมาชิกผู้เสียหายชะลอฟ้อง ชี้ไม่เกิดประโยชน์ ยอมรับมีช่องโหว่กฎหมาย เล็งแก้เพิ่มโทษ "แพ่ง-อาญา"


พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ซึ่งรับผิดชอบภารกิจปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) ภายหลังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกับดีเอสไอ เปิดตู้เซฟที่ยึดได้จากบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ว่า โฉนดที่ดินและหลักฐานที่เชื่อมโยงกับคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นนั้นจึงให้ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าพนักงานสอบสวน ชุดตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างสหกรณ์ฯ กับวัดพระธรรมกายเข้าพบเพื่อวางแนวทางการสอบสวนขยายผล


โดยเฉพาะเส้นทางการถ่ายโอนโฉนดที่ดินจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ ไปยังบุคคลอื่นๆ ก่อนหน้าที่ ปปง.จะเข้าตรวจค้นสหกรณ์เมื่อปี 2556


นอกจากนี้ยังต้องสอบสวนถึงความสัมพันธ์และเชื่อมโยงระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและวัดพระธรรมกาย เนื่องจากในชั้นสืบสวนปรากฏข้อมูลความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างกัน


สอบงบดุลมีปล่อยกู้การกุศล230ล้าน
ขณะที่ แหล่งข่าวชุดสืบสวนดีเอสไอ เปิดเผยว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีมีความเชื่อมโยงกับนายศุภชัย โดยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เปิดไว้เพื่อระดมฝากเงินให้เงินปันผลสูงกว่าดอกเบี้ยสถาบันการเงิน


จากนั้นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจะนำเงินเหล่านี้ไปลงทุนในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี ซึ่งนอกจากจะระดมเงินฝากแล้วยังจะนำเงินมาปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำอีกต่อหนึ่ง


"สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี ปล่อยกู้ให้กับผู้มีจิตศรัทธาเพื่อทำบุญ ซึ่งเมื่อตรวจสอบงบดุลของสหกรณ์มงคลเศรษฐีพบมีการปล่อยกู้เพื่อการกุศลให้กับลูกหนี้เกือบ 500 ราย วงเงินกว่า 230 ล้านบาท" แหล่งข่าว เผย


พบ"ศุภชัย"ตีเช็คให้มงคลเศรษฐี46ล้าน
มีรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบการสั่งจ่ายเช็คจากนายศุภชัยไปให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี ระหว่างปี 2552-2555 จำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 46.5 ล้านบาท


นอกจากนี้ยังพบการโอนเงินให้กับพระหลายรูปเป็นเงิน 225 ล้านบาท 100 ล้านบาท 119 ล้านบาท และ100 ล้านบาท รวมถึงโอนเงินให้นายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล กรรมการบริษัท เอส.ดับบลิวฯ ซึ่งในทางการสืบสวนพบว่าทั้งนายสถาพรและนายศุภชัยนั้นมีความสัมพันธ์กับทางวัด


ทั้งนี้ยังมีการตั้งกรรมการสอบสวนหัวหน้าพนักงานสอบสวนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ชุดเดิม เกี่ยวกับกรณีการสั่งไม่ฟ้องบุคคล 2 คนที่มีชื่อรับโอนเงินจากศุภชัยรวมกว่า 2,500 ล้านบาทด้วย โดยคดีดังกล่าวอัยการได้ตีกลับสำนวนให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่ม แต่ยังไม่มีความคืบหน้ากระทั่งมีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวน


รับกฎหมายสหกรณ์มีช่องโหว่
นายโอภาส กลั่นบุศย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) ว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ส่งผลให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ถูกยื่นฟ้องแล้วประมาณ 100 คดี ส่วนใหญ่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่


เขากล่าวว่า ในเรื่องนี้ หากย้อนกลับไปตั้งแต่ ปี 2542 ที่เริ่มเห็นปัญหาเกิดขึ้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ตักเตือนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมาโดยตลอด จากการดำเนินการเปิดรับสมาชิกสมทบการขยายสาขาออกไปยังต่างจังหวัด การตกแต่งบัญชีที่แม้ว่าจะเป็นการตรวจสอบโดยภาคเอกชน และมีการปิดบังอย่างมิดชิด เมื่อตรวจพบก็ให้โอกาสแก้ไขและชี้แจง แต่เนื่องจากกฎหมายของสหกรณ์เป็นกฎหมายส่งเสริม ไม่มีบทลงโทษทางแพ่งหรืออาญา ทำให้การลงโทษ ทำได้เพียงการประกาศให้กรรมการพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งพบภายหลังว่า กรรมการทุกคนไม่ได้พ้นจากตำแหน่งตามที่ประกาศ ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใดๆ ได้อีกตามกฎหมาย จนเมื่อมีผู้ยื่นฟ้องต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำให้มีสั่งลงโทษทางอาญาได้ ซึ่งปัจจุบันคดีนี้อยู่ในชั้นการสอบสวนของศาล


อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ และทำให้พบว่า กฎหมายที่มีอยู่ยังมีช่องโหว่จำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องปรับปรุงให้ครอบคลุมทุกด้าน


อย่างกรณีการตักเตือน จากที่กรมส่งเสริมสหกรณ์จะสามารถดำเนินการได้ ในกรณีที่ตรวจสอบสหกรณ์ที่ทำผิดวินัย ซึ่งการแก้ไขต่อไปจะต้องมีบทลงโทษในเรื่องนี้ด้วย รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ บุคคลภายนอกนิติบุคคลที่พบว่าเป็นนอมินี รวมถึงธนาคารที่เข้ามาสมคบ เป็นต้น


ทั้งหมดนี้เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อยู่ระหว่างการหารือเบื้องต้นกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป


วอนสมาชิกชะลอฟ้อง-ชี้ไม่เกิดประโยชน์
"การแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นในช่วงที่มีการไต่สวนคดีคาดว่าจะใช้ระยะเวลานานพอสมควร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ขอความร่วมมือให้ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน หาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนอื่นๆ ไปก่อน แต่ให้เชื่อมั่นว่า หุ้นและเงินฝากที่มีอยู่นั้นจะได้คืน แต่ไม่ควรเรียกร้องในคราวเดียว เพราะจะส่งผลให้การดำเนินการของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมีปัญหา และการยื่นฟ้องเรียกร้องความเสียหายหรือเอาโทษไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด เพราะศาลไม่ให้ทำธุรกรรมใดๆ ในขณะนี้" นายโอภาส กล่าว


"พระพุทธอิสระ"แจ้งความ​พระพรหมโมลี
วานนี้ (26 ก.พ.) พระสุวิทย์ ธีรธมโม หรือพระพุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม แจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พระพรหมเมธี (จำนง ธัมมจารี) กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม และนายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในความผิดฐาน ใส่ความคณะสงฆ์หรือคณะสงฆ์อื่นอันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือแตกแยก ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 44 (ตรี) และเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ


พระพุทธะอิสระ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา คนทั้งประเทศรับรู้ว่า มหาเถรสมาคมมีการลงมติเรื่องพระธัมมชโยว่าไม่ปาราชิก แต่ต่อมาบอกว่าไม่ได้มีการประชุม ทั้งที่ได้สอบถามพระพรหมโมลี ซึ่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมก็ให้คำตอบยืนยันว่ามีการลงมติไปแล้ว งานนี้จึงต้องมีคนรับผิดชอบ


คณะสงฆ์ขู่เคลื่อนไหวใหญ่
ขณะที่ พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า จะติดตามความคืบหน้าหลังยื่นเรื่องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้พิจารณายกเลิกคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาใน 15 วัน หากไม่ดำเนินการใดๆ คณะสงฆ์ทั่วประเทศจะมีการเคลื่อนไหวใหญ่ เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลกับ สปช.คุยกันได้แต่ทำไมถึงไม่ปรึกษากัน เมื่อตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมาแล้วเกิดปัญหาก็ควรแก้ปัญหาหรือยกเลิกเสีย