วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

องค์การสวนสัตว์ลุย จัดตั้งศูนย์'โคลนนิง'

นักวิจัยองค์การสวนสัตว์เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมสืบพันธุ์สัตว์ป่าเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าหายากของประเทศ

 เร่งต่อยอดขยายพันธุ์ละมั่งไทยหลังโคลนนิงละมั่งพม่าสำเร็จ เผยประสิทธิภาพศูนย์ก้าวหน้ากว่าทุกชาติในอาเซียน มีสวนสัตว์หลายประเทศมาขอฝึกอบรม


วานนี้ (23 ก.พ.) นายวิศิษฐ์ วิชาศิลป์ รองผู้อำนวยการ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อสส.) น.สพ.สุเมธ กมลนรนาถ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์และวิจัย และสพ.ญ.ดร.อัมพิกา ทองภักดี หัวหน้าฝ่ายวิจัย สำนักอนุรักษ์และวิจัย อสส. ร่วมกันแถลงข่าวจัดตั้ง "ศูนย์นวัตกรรมทางการสืบพันธุ์สัตว์ป่า" ซึ่งเป็นพันธกิจหลักด้านการอนุรักษ์ วิจัยสัตว์ป่าหายากในประเทศไทย และเป็นการเพาะขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มพูนจำนวนสัตว์ป่าให้สามารถกลับคืนสู่ธรรมชาติ


สพ.ญ.ดร.อัมพิกา กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้จำเป็นต้องมีความรู้ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.คลินิกด้านระบบการสืบพันธุ์ 2.ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ฮอร์โมน ซึ่งจะสามารถรับรู้ความพร้อมผสมพันธุ์ของสัตว์แต่ละประเภท 3.เทคโนโลยีการสืบพันธุ์ 4.หน่วยเก็บเซลล์สืบพันธุ์และเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์


"เป็นที่ทราบกันดีว่า ประชากรสัตว์ป่าหลายประเภทเข้าขั้นวิกฤติ จึงความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีการสืบพันธุ์ ไม่ว่าการทำโคลนนิง การใช้เทคนิคหลอดแก้ว เพื่อแก้ไขปัญหาการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ ชะลอการลดจำนวนเผ่าพันธุ์ของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ ให้คงอยู่และยังสามารถกระจายพันธุกรรมให้มีความหลากหลายมากขึ้นด้วย" สพ.ญ.ดร.อัมพิกา กล่าว


หัวหน้าฝ่ายวิจัย สำนักอนุรักษ์และวิจัย อสส. กล่าวอีกว่า หน่วยงานแห่งนี้ นอกจากจะเป็นศูนย์นวัตกรรมฯ ที่จะรวบรวมความรู้ด้านเทคนิคทางการสืบพันธุ์สัตว์ป่าหายาก และแหล่งรวบรวมเซลสืบพันธุ์และสเต็มเซลล์ในรูปแบบแช่แข็งที่จะเป็นหลักประกันการขยายเพาะพันธุ์สัตว์ป่าหายากในอนาคตแล้ว ที่นี่จะเป็นศูนย์ฝึกอบรมการถ่ายทอดความรู้ด้วย


"การเพาะพันธุ์ละมั่ง พันธุ์พม่า ที่เกิดจากการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย และย้ายฝากตัวอ่อนจนได้เป็น ละมั่งหลอดแก้วตัวแรกของโลก ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของการดำเนินการวิจัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อว่าโรหิสรัตน์" สพ.ญ.ดร.อัมพิกา กล่าว


สพ.ญ.ดร.อัมพิกา กล่าวด้วยว่า ก้าวต่อไปของทีมสัตวแพทย์ขององค์การสวนสัตว์ฯ ได้เร่งทำการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยละมั่งพันธุ์พม่า มาขยายผลสู่การวิจัยละมั่งพันธุ์ไทยที่ยังน่าเป็นห่วงต่อการสูญพันธุ์ โดยจะใช้วิธีการโคลนนิงผ่านเซลล์ไข่ของโค-กระบือ ให้เป็นเซลล์ที่ไข่ละมั่งแบ่งตัว แต่มีความคืบหน้าเพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งจะถือว่า เป็นการโคลนนิงสัตว์ตระกูลกวางตัวแรกของโลก แต่ด้วยอุปสรรคด้านจำนวนละมั่ง มีจำนวนน้อยที่ยังมีชีวิต ทำให้ยากต่อการเก็บเซลล์สืบพันธุ์ การเก็บสเต็มเซลล์จากรังไข่จากตัวกวาง ฤดูผสมพันธุ์ที่มีระยะสั้น (พ.ย.-เม.ย.) จึงยังต้องใช้เวลาในการวิจัยต่อไป


ด้าน น.สพ.สุเมธ กล่าวว่า ที่ผ่านมา จากการนำเสนอผลงานการวิจัยเพาะพันธุ์สัตว์ป่าหายากในต่างประเทศมีจำนวนมากและล้วนเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า จนได้รับการยอมรับในความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการเพาะและขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายากในประเทศไทย เช่น การผสมเทียมแพนด้า ช่วงช่วงกับหลินฮุย ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ การเพาะขยายพันธุ์เสือลายเมฆ เมื่อปี 2545


ขณะที่หน่วยงานลักษณะเดียวกับองค์การสวนสัตว์ในกลุ่มประเทศอาเซียน การแสวงหาความร่วมมือในการทำงานกันภายในประเทศมีประสิทธิภาพด้อยกว่าหน่วยงานในประเทศไทย ทำให้การทำงานของ ศูนย์นวัตกรรมทางการสืบพันธุ์สัตว์ป่า ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยมีความก้าวหน้ากว่าทุกชาติในอาเซียน
สำหรับประเทศที่แจ้งความประสงค์ในการสัตวแพทย์ขององค์การสวนสัตว์ จัดฝึกอบรม ประกอบด้วย สวนสัตว์ Shoushan ที่ไต้หวัน องค์กร Wildteam ที่ทำงานช่วยเหลือเสือโคร่งในบังคลาเทศ และองค์การสวนสัตว์ในเมียนมาร์