การแข่งขันกอล์ฟหญิง "ฮานดา แอลพีจีเอ วีเมนส์ ออสเตรเลียน โอเพ่น" ชิงเงิน 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่สนามรอยัล เมลเบิร์น พาร์ 73 ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เป็นการดวลวงสวิงรอบสุดท้าย "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล สาวไทยวัย 19 ปี ออกสตาร์ทในฐานะผู้นำร่วมกับ ลิเดีย โค นักกอล์ฟมือ 1 ของโลกวัย 17 ปี จากนิวซีแลนด์ ด้วยสกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ โดยมี เอมี ยาง สาวเกาหลีใต้อยู่อันดับ 3 มีสกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ ไล่หลังสโตรคเดียว
ในรอบนี้ เอรียา เปิดตัวไม่ดีด้วยการเสียโบกี ที่หลุมแรกอีกครั้ง และยังมาเสียโบกีอีก 2 หลุมติดที่หลุม 6 และ 7 ขณะที่ โค แม้ว่าจะเสียโบกีหลุมแรก แต่มาเอาคืนด้วยอีเกิล ในหลุม 3 พาร์ 4 ก่อนมาเสียโบกีที่หลุม 8 ส่วน ยาง ทำ 2 เบอร์ดี ที่หลุม 3 กับ 9 เสียโบกีที่หลุม 7 ทำให้จบ 9 หลุมแรก โค กับ ยาง ขึ้นมานำร่วม ที่ 7 อันเดอร์พาร์ ส่วน เอรียา ตกไปเหลือ 4 อันเดอร์พาร์ เข้าสู่ 9 หลุมหลัง นักกอล์ฟสาวไทย เร่งเครื่องทำ 2 เบอร์ดี ที่หลุม 10 กับ 13 ขยับขึ้นมาที่ 6 อันเดอร์พาร์ ขณะที่ โค ได้เบอร์ดีที่หลุม 10 กับ 12 หนีไปที่ 9 อันเดอร์พาร์ ส่วน ยาง ได้เบอร์ดีที่หลุม 10 กับ 14 ทำสกอร์ 9 อันเดอร์พาร์เท่ากัน
แต่หลังจากนั้น เอรียา มาเสีย 2 โบกีติด ที่หลุม 14 กับ 15 สกอร์ลดเหลือ 4 อันเดอร์พาร์ ส่วน ยาง มาเสีย 2 โบกีที่หลุม 15 กับ 17 สกอร์ลดเหลือ 7 อันเดอร์พาร์ ส่วน โค เล่นได้อย่างเหนียวแน่นเซฟพาร์ได้ตลอด ทำให้จบรอบ นักกอล์ฟสาวชาวนิวซีแลนด์ ทำสกอร์เพิ่ม 2 อันเดอร์พาร์ 71 รวม 9 อันเดอร์พาร์ 283 คว้าแชมป์และเงิน 1.8 แสนดอลลาร์สหรัฐ (5.8 ล้านบาท)ไปครอง ขณะที่ ยาง ตี 1 อันเดอร์พาร์ 72 รวม 7 อันเดอร์พาร์ 285 ได้รองแชมป์ และเงิน 1.1 แสนดอลลาร์ (3.5 ล้านบาท) ส่วน เอรียา ตี 3 โอเวอร์พาร์ 76 รวม 4 อันเดอร์พาร์ 288 ได้อันดับ 3 รับเงิน 8 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (2.6 ล้านบาท)
สำหรับ เอรียา เพิ่งได้เข้าแข่งในแอลพีจีเอ ทัวร์ แบบเต็มตัวในปีนี้ และสร้างผลงานได้ดี หลังจากรายการแรกได้อันดับ 11 ในรายการโคอาเตส กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ จากนั้นมาได้อันดับ 2 ร่วม ในรายการเพียวร์ ซิลค์ บาฮามาส แอลพีจีเอ คลาสสิก ด้วยการพ่ายเพลย์ออฟ ต่อด้วยได้อันดับ 3 รายการนี้ สำหรับ รายการต่อไป เอรียา จะลงแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่โอลด์ คอร์ส สยาม คันทรี คลับ พัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม





