วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปช.รับฟังปัญหาค้านขุดเจาะปิโตรเลียมบ้านนามูล

สปช.ลงพื้นที่รับฟังปัญหาค้านเจาะสำรวจปิโตรเลียมบ้านนามูล ฝ่ายหนุนอ้างที่เป็นปัญหาในขณะนี้ เพราะมีคนนอกเข้ามาแทรกแซง

ที่สี่แยกบ้านนามูล ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ( สปช.) นำโดยนายประสาร มฤคพิทักษ์ นางสาวรสนา โตสิตระกูล,นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ,นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ได้ลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้านนามูล และกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านนามูล-ดูนสาดเพื่อรับฟังปัญหาของชาวบ้าน จากกรณีโครงการสำรวจแหล่งปิโตรเลียม ของบริษัทอพิโก้(โคราช)จำกัด ซึ่งมีแท่นเจาะในพื้นที่ ต.กุงเก่า อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ แต่เป็นพื้นที่รอยต่อจ.ขอนแก่น และอยู่ห่างจากหมู่บ้านนาดูน 2 กิโลเมตร

โดยตัวแทนชาวบ้านได้ให้ข้อมูลยืนยีนว่า  ไม่ต้องการให้มีการขุดสำรวจเพราะเคยประสบปัญหากับหลุมขุดเจาะที่บ้านคำน้อย อ.ท่าคันโท ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านนามูล 5 กม. โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ต้นยางพาราที่กำลังปลูกในพื้นที่และกรีดได้ผลผลิตแล้วจำนวนมาก ต้องได้รับผลกระทบผลผลิตลดลงแต่พอปิดหลุมเมื่อปี 2556 สถานการณ์ก็กลับสู่ภาวะปกติ และถ้าหลุมเจาะดงมูล5 นี้เปิดเจาะได้ เชื่อว่า ต้นยางพาราและพืชผลเกษตรที่อยู่โดยรอบจะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

นางทอง โกสันตอ ชาวบ้านหมู่ 4 บ้านนามูล กล่าวว่า ดีใจที่มีผู้ใหญ่ให้ความสนใจมารับฟังปัญหาความทุกข์ใจของชาวบ้าน และยังมีนักวิชาการมาให้ความรู้ ทำให้เชื่อว่าการคัดค้านของชาวบ้านจะสะท้อนไปถึงรัฐบาลได้ และขอยืนยันว่าจะต่อต้านไม่ให้มีการเข้ามาทำประโยชน์ในพื้นที่

ระหว่างที่ชาวบ้านกำลังให้ข้อมูลอยู่นั้น ได้มีกลุ่มชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งเดินถือป้ายเขียนข้อความ เห็นด้วยกับการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมและยังมีข้อความไล่ให้คนนอก เอ็นจีโอ นักศึกษา ที่เข้ามาสร้างความแตกแยกในพื้นที่ให้ออกไปจากหมู่บ้าน

นายสมหมาย กาพล ชาวบ้านตอประดู่หมู่ 3 ต.ดูนสาด กล่าวว่า เห็นด้วยกับการสำรวจก๊าซเพราะจะนำความเจริญมาสู่ชุมชนและยังทำให้ได้ใช้ก๊าซที่ผลิตได้เองด้วย ที่สำคัญตอนนี้ปัญหาของชุมชนเกิดขึ้นเพราะมีคนนอก เช่นเอ็นจีโอ รวมทั้งนักวิชาการมาสร้างความเข้าใจที่ผิดๆ ทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในชุมชน

นางทองใส พินิจมนตรี ชาวบ้านนามูล หมู่ที่ 4 กล่าวว่า  ที่มารวมตัวกันแสดงการสนับสนุนการสำรวจปิโตรเลียม เพราะอยากให้สังคมได้รู้ว่า ชาวบ้านที่นี่ไม่ได้คัดค้านทั้งหมด มีคนเห็นด้วยและต้องการให้ชาวบ้านที่คัดค้านหันมายอมรับว่าสิ่งเหล่านี้จะมาสร้างความเจริญ ผลกระทบที่กลัวกันนั้นยังไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใดแต่ถ้ามี ทางบริษัทก็ให้ข้อมูลว่าพร้อมที่จะเยียวยาหรือรับผิดชอบทุกกรณีอยู่แล้ว และเมื่อรวมตัวแสดงสัญลักษณ์เห็นด้วยกับการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมประมาณ 10 นาที ก็แยกย้ายกลับ

นายประสาร มฤคพิทักษ์ กล่าวว่า ที่มาพื้นที่บ้านนามูล ดูนสาด และมาพื้นที่ขุดเจาะวันนี้ เพื่อรับฟังความเห็น ได้เห็นพื้นที่จริง ถ้าหากมีการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติขึ้นมา ผลกระทบ จะเกี่ยวพันถึงสิทธิชุมชน สิ่งแวดล้อม  ทำให้เห็นความสำคัญมากขึ้นว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของประชาชน ไม่ใช่สิ่งที่รัฐหรือทุนจะแย่งยึดไป

จะเห็็นว่า  ตั้งแต่ปี 2514 เป็นต้นมา พ.ร.บ.ปิโตรเลียมแห่งชาติ เป็น พรบ.หรือกฏหมายที่ยกเอาผืนดิน เอาพลังงาน เอาก๊าซ ธรรมชาติ รวมถึงน้ำมันที่อยู่ในอ่าวไทย ไปเป็นสมบัติของบริษัทเอกชน เท่ากับก่อให้เกิดสิทธิสภาพนอกอาณาเขตขึ้นมา นี่ี่คือปัญหาสำคัญ และเป็นเรื่องที่ต้องนำไปสู่การปฏิรูปที่สำคัญ

 นางสาวรสนา โตสิตระกูล กล่าวว่า ในฐานะกรรมมาธิการของ สปช.ประเด็นที่กำลังให้ความสนใจคือการแก้ พ.ร.บ.ปิโตเลียม 2514 ทำให้เห็นชัดเจนว่าในกระบวนการที่ให้สัมปทานของรัฐที่ถูกบัญญัติไว้ใน พรบ.ปิโตเลียม 2514 มีการกำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าปิโตเลียมเป็นของรัฐ ซึ่งเอกชนที่จะมาสำราจหรือผลิตปิโตเลียมนั้นจะต้องได้รับสัมปทาน ในระบบสัมปทานนั้น ถูกยกอำนาจ คือเป็นการใช้อำนาจจากส่วนกลาง โดยการยกพื้นที่เพื่อให้เอกชนมาได้รับกรรมสิทธิทั้งหมด ทั้งการสำรวจและการผลิต

อยากฝากถึงผู้มีอำนาจของทางการด้วยว่า บ้านนามูล ที่กำลังมีปัญหาในขณะนี้ เป็นพื้นที่เกิดปัญหาจริงไม่ใช่แค่ทางผ่านอย่างที่เข้าใจกัน เพราะหลุมเจาะอยู่แค่ท้ายหมู่บ้านเท่านั้น

จากนั้นสมาชิกสปช.ทั้งหมด ได้เดินทางไปพบนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่โรงแรมราชาวดี โดยหารือกันนานกว่า 2 ชั่วโมง มีการให้ข้อมูลรวมทั้งข้อถกเถียงกันกรณีที่ทางการอ้างถึง มีคนนอกเข้าไปยุให้ชาวบ้านเกิดการแตกแยก และการให้มีบุคคลที่ 4 นักวิชาการจากสถาบันที่ชาวบ้านยอมรับ เข้าร่วมกับคณะกรรมการไตรภาคีที่จังหวัดแต่งตั้งขึ้น

นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ทุกอย่างที่จังหวัดทำเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ โดยเฉพาะการโจมตีการทำงานของราชการว่าเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน ไม่ใช่การปกป้องแต่จำเป็นต้องทำเพราะเป็นหน้าที่ และไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง กันเพราะทุกอย่างเป็นนโยบายของรัฐบาล ส่วนการตั้งคณะกรรมการไตรภาคี ที่มีสามส่วนหลักคือ หน่วยงานราชการและชาวบ้าน นั้นได้แต่งตั้งไปแล้ว เพื่อคอยกำกับสอดส่องดูแลการดำเนินการของบริษัทในระหว่างขุดเจาะ และจะมีการประชุมลงมติกรอบการทำงานก่อน ซึ่งขณะนี้บริษัทยังไม่มีการเริ่มดำเนินการขุดเจาะแต่อย่างใด