คพ.เปิดฟังความเห็นร่างก.ม.จัดการขยะไฮเทค ทุกฝ่ายเห็นพ้องในสาระสำคัญ รองอธิบดี คพ. เผยเร่งนำความเห็นไปปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ก่อนเสนอ ครม.
วานนี้ (16 ก.พ.) นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดการประชุมการรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 6 ต่อ ร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และซากผลิตภัณฑ์อื่นๆ พ.ศ. .... โดยเชิญตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้องและมีส่วนได้ส่วนเสียกับ ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวมาร่วมรับฟังและเสนอความคิดเห็น
นางสุณี กล่าวว่า ขณะนี้ คพ.กำลังปรับปรุงเนื้อหาใน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จึงต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาปรับปรุงในเนื้อหาให้มีข้อบกพร่องน้อยที่สุด
นางสุณี กล่าวว่า หลังกระบวนปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์แล้วจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประมาณปลายเดือน มี.ค.หรืออย่างช้าไม่เกินต้นเดือน เม.ย. เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนการออกกฎหมายต่อไป
ด้าน นางสาวพรพิมล เจริญส่ง ผู้อำนวยการสำนักงานการจัดการกากของเสียอันตราย คพ. บรรยายสรุปเนื้อหาสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า เป็นไปตามหลักการ "ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต" (Extended Producer Responsibility: EPR) ที่กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการนำซากผลิตภัณฑ์ฯ กลับมาจัดการอย่างถูกต้อง โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจเป็นศูนย์รับคืนหรือเข้าร่วมเครือข่ายศูนย์รับคืน ซึ่งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม ในการเสนอความคิดเห็นได้มีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเสนอความคิดเห็น และข้อท้วงติงต่างๆ ตั้งแต่คำจำกัดความที่ใช้ใน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
นายประเสริฐ ตปนียางกูร ตัวแทนจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เสนอความเห็นการให้คำจำกัดความของคำว่า "ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์" ที่เห็นว่าควรระบุความหมายไว้เพียงแค่ว่า เครื่องใช้หรืออุปกรณ์ที่ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าหรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในการทำงานอยู่ถูกต้องก็เพียงพอแล้ว แม้เครื่องมือเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์จะมีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งการให้คำจำกัดความที่ครอบคลุมก็มีความจำเป็น
ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.หรือกฎหมายก็ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะสื่อสารต่อประชาชน แต่เนื่องจากใน ร่าง พ.ร.บ.ได้มอบอำนาจให้รัฐมนตรีที่สามารถนิยามสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วภายหลังได้
ส่วนตัวแทนภาคเอกชน เห็นว่า ไม่ควรมีนิยามของคำว่า "ซากผลิตภัณฑ์อื่นๆ" เพราะคำนิยามเกี่ยวกับซากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์มีความชัดเจนอยู่แล้ว
ขณะที่ข้อกำหนดการตั้งคณะกรรมการจัดการซากผลิตภัณฑ์ ตามมาตรา 6 นั้น นายกิตติ คัมภีระ นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อม เสนอให้การตั้งคณะกรรมการจากตัวแทน 3 ฝ่าย คือฝ่ายภาครัฐ ฝ่ายสถาบันที่ไม่ใช่ภาครัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิ ในสัดส่วนที่เท่ากัน ขณะที่การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ในมาตรา 7 (4) ดูเหมือนเป็นตำแหน่งที่ตั้งซ้ำซ้อนกับผู้ทรงวุฒิในคณะกรรมการจัดการซากผลิตภัณฑ์ ตามมาตรา 6
ประเด็นความซ้ำซ้อนยังรวมถึงการให้อำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจดทะเบียน การขึ้นทะเบียนให้ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย มีความคล้ายคลึงกับ พ.ร.บ.โรงงาน ที่ให้อำนาจกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นในการอนุญาตตั้งโรงงาน
นอกจากนี้ยังมีการเสนอความคิดเห็นในประเด็นอื่นๆ อีก เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมควรจัดระดับไว้สูงต่ำเพียงใดเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ผลิตและมีความพอดีกับการนำไปใช้ดำเนินการ การประเมินจุดคุ้มทุนให้เอกชนได้มองเห็นความคุ้มค่า การกำหนดอัตราโทษให้เหมาะสมสอดรับกับการกระทำความผิดในแต่ละการกระทำ รวมถึงการมอบหมายอำนาจที่อาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ทั้งนี้ ทุกฝ่ายเห็นด้วยว่า ร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และซากผลิตภัณฑ์อื่น พ.ศ. .... ควรเลื่อนการมีผลบังคับใช้ออกไปอีกอย่างน้อย 2 ปี หลังประกาศใช้ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมอย่างสมบูรณ์ เช่น ข้อมูลผู้นำเข้าที่ปัจจุบัน กระแสอีคอมเมิร์ซได้สร้างผู้ประกอบการและผู้นำเข้ามากมายที่ยังไม่ได้นำเข้าสู่ระบบ และการขึ้นทะเบียนที่เชื่อมโยงในการกำหนดผู้รับผิดชอบต่างๆ เป็นต้น





