เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย "บิ๊กเปี๊ยก" สมศักดิ์ ศิริธรรม
ผู้จัดการทีมชาติไทย ชุดปรี-โอลิมปิก และ ซีเกมส์ พร้อมด้วย พ.อ.(พิเศษ) วุรวุฒิ ทองศรีงาม เลขาธิการสมาคมฟุตบอล, "มร.โอเค" องอาจ ก่อสินค้า ประธาน บ.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด และ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้ประชุมหารือเรื่องแนวทางการทำทีมชาติทั้งปรี-โอลิมปิก, ซีเกมส์ และ ฟุตบอลโลก
"บิ๊กเปี๊ยก" กล่าวว่า ทุกฝ่ายได้หารือถึงแนวทางในการเตรียมทีมชาติไทยทั้ง 3 ชุด แต่ที่ตนรับผิดชอบมีเพียง 2 ชุด คือ ฟุตบอลอายุไม่เกิน 22 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก (ปรี-โอลิมปิก) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และซีเกมส์ ได้มอบรายชื่อ 46 นักเตะเสนอให้ "ซิโก้" พิจารณา โดยมีนักเตะชุดใหญ่ อาทิ ชนาธิป สรงกระสินธ์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ภิญโญ อินพินิจ, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม รวมทั้งดาวรุ่งอย่าง ชินภัทร์ ลีเอาะ จาก อัสสัมชัญ ธนบุรี
"จากกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ ที่มีการมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบการคุมทีมชาติไทย โดยทีมชุดปรี-โอลิมปิก มอบหมายให้ โชคทวี พรมรัตน์ ดูแล ส่วนซีเกมส์ จะให้ ใกล้รุ่ง ตรีจักรสังข์ คุมทีม และทีมชาติไทย ชุดบอลโลก จะเป็น เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรื่องนี้ผมคิดว่า ซิโก้ จะต้องคุมทีมทั้ง 3 ชุดด้วยตัวเอง เนื่องจากว่าเป็นโค้ชที่แฟนบอลยอมรับทั้งประเทศ เป็นโค้ชที่มีประสบการณ์สูง สร้างความเชื่อมั่นมั่นว่าจะพาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จได้ ส่วนที่เกรงว่าจะมีปัญหาในการคุมทีมทั้ง 3 ชุด นั้นไม่ต้องกังวล เพราะเวลาแข่งขันแต่ละชุดไม่ตรงกัน เพียงแต่ใกล้เคียงกัน ที่สำคัญนักเตะก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันทั้งหมด จะเล่นรายการไหน ก็สามารถเลือกใช้งานได้ทันที โดยเรื่องนี้ คุณวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล ก็เห็นด้วยเช่นกัน" บิ๊กเปี๊ยก กล่าว
ด้าน "ซิโก้" กล่าวว่า สำหรับทีมชุดปรี-โอลิมปิก จะประกอบด้วยนักเตะจาก 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนักเตะจากทีมชุดใหญ่, กลุ่มที่ไปเตะบังกลาเทศ โกลด์คัพ และ กลุ่มที่จะหาเพิ่มเติมจากในบอลฟุตบอลลีก ซึ่งมีที่มองไว้แล้ว จากนั้นจะตัดเหลือ 50 คน ส่งรายชื่อขึ้นทะเบียนกับ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ภายใน 25 ก.พ. และจะตัดเหลือ 23 คน ก่อนแข่งขัน โดยหากเข้ารอบ จะสามารถเปลี่ยนชื่อนักเตะได้ใน 50 คนนี้เท่านั้น
"ยอมรับว่า ปรี-โอลิมปิก เป็นงานหนักกว่า ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ด้วยซ้ำ เพราะโซนเอเชียได้สิทธิ์แค่ 3 ทีม ถือเป็นรายการสำคัญ ผมจะคุมทีมเองแน่นอน เบื้องต้นไทยจะต้องเข้ารอบสุดท้ายไปเล่นที่ กาตาร์ ต้นปีหน้าให้ได้ โดยรอบคัดเลือกตั้งเป้าจะต้องคว้าแชมป์กลุ่มด้วย ไม่ต้องการเป็นอันดับ 2 แล้วต้องไปลุ้น 5 จาก 10 ทีมที่ดีที่สุด ด้วยมาตรฐานของทีมชาติไทย ต้องผ่าน กัมพูชา กับ ฟิลิปปินส์ และวัดกับ เกาหลีเหนือ ในนัดสุดท้าย หากเทียบกับผลงานศึกคิงส์คัพ ที่สู้กับ เกาหลีใต้ ก็คงไม่จำเป็นต้องกลัว เกาหลีเหนือ" ซิโก้ กล่าว





