วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร้อยละ98เด็กไทยเห็น'พ่อแม่'เป็นคนพิเศษวาเลนไทน์

วธ.เผยผลสำรวจเด็กไทยร้อยละ98 เห็น “พ่อแม่” เป็นคนพิเศษช่วงวาเลนไทน์ อยากได้กุหลาบ ช็อคโกแลต ความรักเป็นของขวัญ

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วธ. โดยสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สำนักงานปลัด วธ. ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม 4 กิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมในมิติวัฒนธรรม รณรงค์ค่านิยมที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคม ในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ 2558 ได้แก่ 1.จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็น ได้ร่วมกับสภาเด็กและเยาชนแห่งประเทศไทย จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นจากเด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 600 คน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 46.0 และเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 39.00 ส่วนใหญ่ มีอายุระหว่าง15 - 18 ปี คิดเป็นร้อยละ 50.00 รองลงมาอายุระหว่าง 18-20 ปี คิดเป็นร้อยละ 26.66 โดยสรุปประเด็นได้ ดังนี้

ประเด็น “คนพิเศษของคุณคือใคร” เด็กเห็นว่าเป็นพ่อแม่ คิดเป็นร้อยละ 98.38 รองลงมา คือ ญาติและพี่น้อง คิดเป็นร้อยละ 48.65 ประเด็น “สิ่งที่ต้องการจากคนพิเศษในวันวาเลนไทน์คืออะไร”ส่วนใหญ่ต้องการดอกกุหลาบร้อยละ 48.64 รองลงมา ต้องการความรัก ความเข้าใจ การดูแลเอาใจใส่ คิดเป็นร้อยละ 36.23 ประเด็น“สิ่งที่อยากให้คนพิเศษในวันวาเลนไทน์” ส่วนใหญ่อยากให้ดอกกุหลาบ คิดเป็นร้อยละ 48.11 รองลงมาคือ ให้ช๊อคโกแลต และให้ความรัก ความเข้าใจ การดูแลเอาใจใส่ ใกล้เคียงกัน คิดเป็นร้อยละ 23.78 และ 23.24 ตามลำดับ ประเด็น “จำนวนเงินที่เสียไปกับวันวาเลนไทน์”ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่า เสียไปประมาณ 100 - 300 บาท คิดเป็นร้อยละ42.16 รองลงมาเสียไปประมาณ 600 - 800 บาท คิดเป็นร้อยละ 27.57


“จะเห็นได้ว่าเด็กและเยาวชน ยังคงให้ความสำคัญกับบุพการี ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี และดอกกุหลาบ ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์ รวมถึงการยอมใช้จ่ายเงินเมื่อเทศกาลวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์มาถึง ทั้งนี้ แม้จะเป็นจำนวนเงินโดยเฉลี่ยที่ไม่สูงมากสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเด็ก เยาวชนที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเป็น ดังนั้น จะทำอย่างไรที่จะดึงเด็กและเยาวชน ให้เปลี่ยนมุมมองของความรัก และเกิดความตระหนักรู้ ต่อค่านิยมที่ควรจะเป็น จึงเป็นที่มาของการเปิดเวทีให้เด็กและเยาวชนได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการนำมิติทางวัฒนธรรม มาสร้างค่านิยมใหม่ ที่สร้างสรรค์และงดงาม” นายวีระ กล่าว


2.เปิดเวทีเสวนา เพื่อระดมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมเสวนา ในหัวข้อ“วัยใสใส หัวใจสีขาว” โดยมีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมการเสวนา จำนวน 115 คน ประกอบด้วยแกนนำจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ตลอดจนผู้แทนนักเรียนจากโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นเครือข่ายเยาวชนอาสาสมัครเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ได้มีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็น ซึ่งได้แนวคิดที่น่าสนใจ ที่หลากหลายด้วยกัน อาทิ เพศสัมพันธ์กับวันแห่งความรัก ซึ่งวัยรุ่นส่วนใหญ่ ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งการทำอะไรต้องคิดก่อนให้มากๆ และเมื่อถามถึงการเปรียบความรักของเด็กและเยาวชนพร้อมทั้งเหตุผล ก็ได้มุมมองของความรักในหลายรูปแบบ เช่น ความรักคือการให้ หรือ ความรักคือการเสียสละ


3.การจัดเวทีเสวนา ผ่านช่องทางสถานีโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ค่านิยมอันดีเนื่องในวันวาเลนไทน์ ผ่านรายการ “ศิลป์สโมสร”ในประเด็น “นิยามรักวัยว้าวุ่น” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมเวทีเสวนา“วัยใสใส หัวใจสีขาว” โดยสาระสำคัญของการเสวนา สรุปได้ดังนี้ 1.ไม่เห็นด้วยกับการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน เนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบในการที่จะมีครอบครัว เนื่องจากยังอยู่ในวัยที่ศึกษา ยังต้องขอเงินพ่อแม่ผู้ปกครอง 2.กิจกรรมในวันวาเลนไทน์ที่อยากทำคือ ชวนคนรักร่วมทำกิจกรรมทางศาสนา 3.อยากให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ ทำกิจกรรมอื่นๆ ในวันวาเลนไทน์ เช่น กิจกรรมการเลี้ยงอาหารกลางวันบ้านเด็กด้อยโอกาส บ้านพักคนชรา กิจกรรมจิตอาสา 4.อยากให้ผู้ใหญ่เปลี่ยนทัศนคติด้านลบ จากการมองภาพวัยรุ่นไทยในปัจจุบันว่าจะต้องทำเรื่องไม่ดีงาม เพราะเด็กและเยาวชนไทยไม่ใช่ทุกคนที่ประพฤติตนผิดจารีต ประเพณีอันดีงามของไทย ในวันวาเลนไทน์


นอกจากนี้ในส่วนของ กิจกรรมที่ 4. คือจัดทำคลิปวีดิโอ ในรูปแบบอินโฟกราฟิก-แอนิเมชั่น ชุด “รักออกแบบได้”ส่งเสริมค่านิยมอันดีในสังคมและสร้างพฤติกรรมอันพึงประสงค์แก่เด็กและเยาวชน โดยการจัดกิจกรรมทั้งหมดผ่านเยาวชนในหลากหลายรูปแบบ มีการขับเคลื่อนแพร่กระจาย และส่งผ่านไปยังเครือข่ายต่างๆทั่วประเทศ จะส่งผลให้เกิดการปรับทัศนคติในเชิงบวก เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่มีคุณค่า ที่ดีงามทั้งต่อตนเองและสังคม