วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.พุ่งเป้าพนักงานฉีดยุง เอี่ยวไฟไหม้'ไทยพาณิชย์'

"ตำรวจ" พุ่งเป้าพนักงานบริษัทฉีดยุง เข้าปฏิบัติงานวันเกิดเพลิงไหม้อาคาร "แบงก์ไทยพาณิชย์" อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

 ด้าน "สามัคคีประกันภัย" เผยแบงก์ทำประกันทรัพย์สิน 10,510 ล้านบาท ระบุแบงก์ไม่มีการทำประกันธุรกิจหยุดชะงัก "ไทยพาณิชย์" เผยวิศวกรแบงก์ประเมินเบื้องต้นเพลิงไหม้ไม่กระทบโครงสร้างตึก คาดใช้เวลาซ่อมแซมกว่า 1 เดือน ยันถอนเงินผิดปกติ "วสท." ขอ 14 วันประเมินความแข็งแกร่งตัวอาคาร


กรณีเหตุเพลิงไหม้ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อค่ำวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดวานนี้ (9 ก.พ. ) พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจพหลโยธิน ได้เชิญพนักงาน 4 คนจากบริษัทกำจัดยุงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในย่านลาดพร้าวเข้าสอบปากคำ หลังพบภาพถ่ายจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดว่า เข้าไปบริเวณจุดต้นเพลิงบนชั้น 10 อาคารเอ ตึก เอสซีบี ปาร์ค ก่อนเกิดเพลิงไหม้ไม่นาน


ผลการสอบปากคำเบื้องต้น พนักงานบริษัทกำจัดยุงกลุ่มนี้ ยอมรับว่า ใช้เครื่องพ่นควันเพื่อกำจัดยุง โดยส่วนผสมของสารพ่นฉีดกำจัดยุง มีส่วนผสมของน้ำมัน จนอาจกลายเป็นต้นเหตุทำให้เกิดประกายไฟ และลุกไหม้ไปติดกระดาษเอกสารที่กองอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุได้ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด พร้อมทั้งตรวจยึดอุปกรณ์การฉีดยุงที่ใช้ในวันเกิดเหตุมาตรวจสอบด้วย


"หากพบว่าเป็นจริงอย่างที่สงสัย จะแจ้งข้อกล่าวหาพนักงานบริษัทกำจัดยุงทั้ง 4 คน รวมถึงผู้บริหารบริษัทกำจัดยุงแห่งนี้ ในข้อหาร่วมกันกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้"


วิศวกรรมสถานฯชี้"ฉีดยุง"มีส่วน
ข้อสันนิษฐานของตำรวจ สอดคล้องบางส่วนกับการวิเคราะห์แนวโน้มของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นางสาวบุษกร แสนสุข ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย วสท. วิเคราะห์แนวโน้มและความเป็นไปได้ของการเกิดเพลิงไหม้ว่า อาจเกิดจากกรณีมีเจ้าหน้าที่เข้ามาฉีดยุงภายในอาคาร เป็นไปได้หรือไม่ว่า ละอองสารเคมีไปรบกวน ทำให้ระบบตรวจจับควันที่เป็นอัตโนมัติ ส่งสัญญาณไปยังศูนย์ควบคุมของอาคารซึ่งอยู่ชั้นใต้ดิน เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นเจ้าหน้าที่อาจคิดว่า สัญญาณเตือนมาจากการฉีดยุง ทำให้การทราบเหตุล่าช้า


เมื่อเจ้าหน้าที่อาคารขึ้นไปตรวจสอบ ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงทำงาน นั่นหมายความว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้จริง เกิดควันและความร้อนสูง ทำให้หัวกระจายน้ำดับเพลิงแตก ควันและความร้อนจึงทะลักออกมาหนาแน่น ทำให้ทีมดับเพลิงไม่สามารถเข้าภายในอาคารได้


ทั้งนี้ วสท.เตรียมลงพื้นที่อาคารที่เกิดเหตุวันที่ 10 ก.พ. เพื่อตรวจสอบความชัดเจนของสาเหตุ และความมั่นคงของอาคาร โดยจะทราบผลภายใน 2 สัปดาห์


พฐ.ยังไม่ตัดประเด็นวางเพลิง
พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเข้าตรวจพื้นที่เกิดเพลิงไหม้ว่า ห้องที่เกิดเหตุเพลิงไหม้อยู่ที่ชั้น 10 ของอาคาร ห้องนี้มีขนาด 10 คูณ 30 เมตร พื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้มีขนาด 10 คูณ 15 เมตร เป็นพื้นที่กองเอกสารสัญญาเงินกู้ที่มีการอนุมัติไปแล้ว โดยไฟได้ลุกลามไปยังชั้น 11 เพียงเล็กน้อย


แม้การตรวจสอบการลุกลามของเพลิงไหม้เบื้องต้น จะไม่พบความผิดปกติ ไม่พบสารเร่ง หรือน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ตำรวจก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งการวางเพลิง ความประมาทของบุคคลที่อยู่ภายในห้องก่อนเกิดเหตุ ฉะนั้น พฐก. ต้องตรวจสอบการเข้าออกอาคารรวมทั้งห้องที่เกิดเพลิงไหม้ เบื้องต้นภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดพบความเคลื่อนไหวของพนักงานฉีดยากันยุง ซึ่งต้องตรวจสอบว่า หากการฉีดสารเคมีไล่ยุงจะกระทบต่อระบบความปลอดภัยของอาคารเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ หรือทำให้เกิดประกายไฟหรือไม่ เพราะภายในห้องมีเอกสารที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี


ตร.-สจล.ยันไม่กระทบเอกสารสำคัญ
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทน ผบก.ป. ยืนยันว่า เหตุเพลิงไหม้ไม่กระทบกับคดีลักเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) 1,474 ล้านบาท เพราะเอกสารสำคัญที่พนักงานสอบสวนต้องการ ได้รับครบถ้วนจากเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ไปก่อนหน้าแล้ว จึงไม่อยากให้ซ้ำเติม หรือโจมตีธนาคาร เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายมากพอแล้ว น่าจะเห็นใจธนาคารมากกว่า


รศ.ดร.จำรูญ เล้าสินวัฒนา รักษาการแทนรองอธิการบดี สจช. เชื่อว่า เอกสารที่เสียหายไม่น่าจะมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทาง สจล.
"เมื่อผู้ใหญ่ของธนาคารออกมาพูดแบบนั้น ผมมีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยเมื่อวันที่ 9 ก.พ. เจ้าหน้าที่ของธนาคารได้นำเอกสารซึ่ง สจช. ร้องขอมาเพิ่มให้แล้ว 6 รายการ แต่ยังไม่ครบถ้วน ยังมีเอกสารสำคัญที่ขาดอยู่อีกหลายรายการ ส่วนธนาคารจะจัดส่งเอกสารมาเพิ่มให้อีกเมื่อไรนั้น ยังไม่ได้พูดคุย เข้าใจว่าธนาคารไทยพาณิชย์ จะทยอยส่งเอกสารมาเร็วๆ นี้" รศ.ดร.จำรูญ กล่าว


วสท.ใช้เวลาตรวจ-วิเคราะห์ 2 สัปดาห์
นายสิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวถึงการตรวจสอบอาคารเบื้องต้นพบว่า ความเสียหายเกิดขึ้นในบริเวณ 3 ชั้นคือ ชั้น 10 ที่ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ และชั้นข้างเคียง ด้านบนและด้านล่าง ชั้น 9 และชั้น 11 ตามที่ตรวจสอบความแข็งแรงถือว่ายังมีความแข็งแรง หากพิจารณาปัจจัยภายนอก ไม่มีการโค้งงอของอาคาร มีการหลุดล่อนของคอนกรีตเล็กน้อย บริเวณที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างเฉพาะส่วน โดยส่วนที่ได้รับเสียหายที่สุดคือเพดานฝ้าชั้น 10 และท้องพื้นชั้น 11 ที่ได้รับความร้อนจากเพลิงไหม้


วสท. จะเข้าไปตรวจสอบเชิงลึกถึงจุดเสี่ยง "บริเวณเสา" ชั้น 10 เพื่อพิจารณาความแข็งแรงในการรับน้ำหนักอีก 20 กว่าชั้นที่สูงขึ้นไปว่า จะมั่นคงเพียงพอหรือไม่ เพราะเกิดเหตุเพลิงไหม้นาน โดยจะใช้เครื่องมือทันสมัย ที่ใช้วัดความลึกของความร้อน เพื่อทดสอบความโค้งงอและเสียหายของเหล็กและคอนกรีตว่า มั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะใช้งานต่อไปหรือไม่ หากพบว่ายังมีความเสี่ยง และมีปัญหาต้องแจ้งไปยังผู้ออกแบบ เพื่อเสริมความแข็งแรงรองรับน้ำหนักต่อไป โดยใช้เวลา 2 สัปดาห์จึงจะทราบผล โดยแบ่งเป็นการตรวจสอบ 1 สัปดาห์ และอีก 1 สัปดาห์ เป็นการวิเคราะห์เพื่อเขียนรายงาน


"เบื้องต้นคาดว่า ไม่สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร แต่ควรมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบละเอียดตามหลักวิศวกรรม เพื่อเจ้าของอาคารวางแผนและดำเนินการซ่อมแซมอย่างปลอดภัยด้วยวิธีการที่เหมาะสม เพื่อใช้งานอาคารได้ในระยะยาวต่อไป เบื้องต้นกทม. ไม่ได้สั่งปิดอาคาร แต่ธนาคารดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน"


ทำประกันคุ้มครองทรัพย์สิน1.05หมื่นล้าน
ด้าน นางสาวนิตยา พิริยะธรรมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามัคคีประกันภัย กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ ทำประกันภัยคุ้มครองทรัพย์สินครบทุกประเภทวงเงิน 10,510 ล้านบาท ซึ่งบริษัท ในฐานะที่รับประกันภัยพร้อมเข้าไปดูแล และจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าเร็วที่สุด แต่ยังบอกไม่ได้ว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่าไหร่ เพราะเจ้าหน้าที่ประกันภัย ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ประเมินความเสียหายได้ ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตก่อน


"การตรวจสอบนั้น ต้องใช้เวลาในการเข้าไปดูพื้นที่ความเสียหาย แต่จะนานแค่ไหนยังตอบไม่ได้ รวมถึงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ต้องรอเจ้าหน้าที่สรุปผลความเสียหายที่ชัดเจนก่อน คาดใช้เวลา 3-5 วัน เพื่อรอดูสถานการณ์" นางสาวนิตยา กล่าว


ทั้งนี้บริษัทพร้อมดูแลลูกค้าใกล้ชิด ส่วนการทำประกันธุรกิจหยุดชะงัก ธนาคารไม่ได้ทำไว้ แต่การปิดสาขาที่รัชโยธิน เชื่อว่าไม่ได้กระทบต่อลูกค้ามากนัก เนื่องจากลูกค้าสามารถทำธุรกรรมที่สาขาอื่นได้
ความเสียหายไม่กระทบโครงสร้าง


นายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การตรวจสอบโครงสร้างอาคารขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของวิศวกรรมสถาน โดยเบื้องต้น นายการุญ จันทรางศุของ วิศวกรผู้ออกแบบโครงสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เข้าสำรวจความเสียหายโครงสร้างอาคาร มีความเห็นเบื้องต้นว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจำกัดบริเวณชั้น 10 ของโซน A ไม่กระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร และได้ทำหนังสือไปถึงเขตจตุจักร และกรุงเทพมหานครแล้ว


หลังจากนี้ทีมที่ปรึกษา (EIT) จาก วสท. จะเข้าตรวจสอบพร้อมทำรายละเอียดวิเคราะห์ และนำเสนอแนวทางซ่อมแซมแก้ไข จากนั้นจะส่งแผนแนวทางซ่อมแซมแก้ไขให้ นายการุญ ทำการรับรองและส่งให้ กรุงเทพมหานคร พิจารณาเพื่ออนุมัติเข้าซ่อมแซม ก่อนเริ่มต้นซ่อมแซมตามแผน เบื้องต้นคาดใช้เวลามากกว่า 1 เดือน
ขณะนี้กรุงเทพมหานคร ยังปิดตึกโซนเอไว้ ส่วนพื้นที่โซนบีและซีไม่ได้รับผลกระทบจากเพลิงไหม้และการดับไฟ ขั้นตอนระหว่างนี้ธนาคารต้องซ่อมแซมและจัดการเขม่าควัน และตกแต่งเพื่อให้ใช้งานได้ โดยจะเปิดอาคารสำนักงานใหญ่โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้การตัดสินใจเปิดตึกต้องให้แน่ใจว่าปลอดภัยกับพนักงานและลูกค้าธนาคาร


ไม่พบเหตุลอบวางเพลิง
นายอาทิตย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของทีมเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่า ไม่มีจุดผิดสังเกตและไม่น่าจะเกิดจากการลอบวางเพลิง เพราะเป็นการลุกไหม้อย่างช้าๆ และไม่พบร่องรอยน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนจะเกิดจากสาเหตุใดอยู่ระหว่างการพิสูจน์ คาดทราบผลภายใน 1 สัปดาห์


สำหรับการประเมินความเสียหายใน 1-2 วันนี้จะประเมินตัวเลขคร่าวๆ ส่วนใหญ่เป็นความเสียหายด้านเฟอร์นิเจอร์ และฝ้าเพดาน แต่ยอมรับการกำจัดเขม่าควันจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งได้หารือกับบริษัทประกันแล้ว โดยประกันภัยที่ทำไว้ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมดอยู่แล้ว


ส่วนการขอข้อมูลจาก สจล. เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารได้ดำเนินการส่งให้ครบหมดแล้ววานนี้ (9 ก.พ.) ขณะที่การเบิกถอนเงินแต่ละสาขายังเป็นปกติ ซึ่งหลังจากที่มีการรณรงค์ให้ปิดบัญชีกับธนาคาร ได้สั่งการให้สาขารายงานหากพบความผิดปกติเข้ามา แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ


นายอาทิตย์กล่าวอีกว่า แม้ธนาคารจะไม่สามารถเปิดตึกได้ขณะนี้ แต่จะไม่กระทบกับการทำงาน และให้บริการลูกค้าโดยได้ให้พนักงานไปทำงานที่ศูนย์สำรอง ศูนย์ข้อมูลและสาขาอื่นๆ ของธนาคารตามแผนสำรองฉุกเฉินโดยเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมา


ขณะเดียวกันได้จัดตั้งศูนย์คอนแทค เซ็นเตอร์ ณ อาคารไทยพาณิชย์ปาร์คพลาซ่า ตึก RCP เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า โดยใช้บริการและทำธุรกรรมทางการเงินได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาบางเขน ซึ่งเตรียมพนักงานเพื่อไปให้บริการลูกค้าเป็นกรณีพิเศษด้วย