วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยลุ้นปาฏิหาริย์ดับโสมลุ้นคิงส์คัพ

ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ในวันที่ 7 ก.พ. เป็นนัดสุดท้ายที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ

จ.นครราชสีมา ทีมชาติไทย ที่นัดแรกชนะ ฮอนดูรัส 3-1 นัด 2 แพ้อุซเบกิสถาน 2-5 พบ เกาหลีใต้ ที่นัดแรกชนะ อุซเบกิสถาน 1-0 นัด 2 ชนะ ฮอนดูรัส 2-0 เตะเวลา 19.00 น. ส่วนอีกคู่ อุซเบกิสถาน พบ ฮอนดูรัส เวลา 16.00 น. ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ทั้ง 2 คู่

สถานการณ์หลังผ่านทีมละ 2 นัด อันดับ 1 เกาหลีใต้ มี 6 แต้ม (ผลต่างบวก 3 ประตู), อันดับ 2 อุซเบกิสถาน มี 3 คะแนน (ผลต่างบวก 2 ประตู), อันดับ 3 ไทย มี 3 คะแนน (ผลต่างลบ 1) และอันดับ 4 ฮอนดูรัส ไม่มีคะแนน (ผลต่างลบ 4) โดยกฎการคว้าแชมป์คือ 1.นับคะแนน 2.นับผลต่างประตูได้เสีย และ 3.ครองแชมป์ร่วม ดังนั้น ไทย ต้องเอาชนะ เกาหลีใต้ ให้ได้ด้วยผลต่างตั้งแต่ 3 ลูกขึ้นไป และลุ้นให้ อุซเบกิสถาน ไม่ชนะ ฮอนดูรัส จึงจะคว้าแชมป์ไปครอง แต่หากชนะ เกาหลีใต้ 2 ประตู จะทำให้ ไทย กับ เกาหลีใต้ ครองแชมป์ร่วมกัน

ล่าสุดวันที่ 6 กุมภาพันธ์ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย นำลูกทีมฝึกซ้อมที่สนามแข่งขัน โดยเน้นการเข้าทำและแท็คติกในเกมรุกมากเป็นพิเศษ เพื่อใช้สยบ เกาหลีใต้ ก่อนที่ “ซิโก้” ให้เผยถึงความพร้อมครั้งสุดท้ายของทีมว่าบอกให้นักเตะทุกคนสู้อย่างเต็มที่เพื่อคว้าชัยชนะ โดยจะมี การเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นหลายตำแหน่ง ทุกคนพร้อมลงสนามยกเว้น อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ ซึ่งจะถอย ชนาธิป สรงกระสินธ์ มายืนทำเกมแดนกลางเพื่อเพิ่มประสิทธิ์ในการทำเกมรุก

สำหรับ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของ ทีมชาติไทย ในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลังจากขวา อาทิตย์ ดาวสว่าง, สุทธินันท์ พุกหอม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา กองกลาง อดุล หละโสะ, ปกเกล้า อนันต์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ริมเส้นขวา นูรูล ศรียานเก็ม ริมเส้นซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และกองหน้า ภิญโญ อินพินิจ