วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดันโครงการ'ตำบลละล้าน'หวังสร้างรายได้พื้นที่แล้ง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าโครงการ "ตำบลละล้าน" แจกคู่มือเกษตรตำบล หนุนสร้างรายได้พื้นที่แล้งซ้ำซาก

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการสร้างรายได้และพัฒนาเกษตรกรว่า ที่ประชุมได้อนุมัติพื้นที่เป้าหมาย 3,051 ตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่ภัยแล้งซ้ำซาก ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 3 ล้านราย รวมถึงแนวทางดำเนินงานรับเบิกจ่ายเงินอุดหนุนและคู่มือดำเนินการ ซึ่งวันที่ 9 ก.พ.นี้ จะมีการประชุมหน่วยงานเกษตรตำบลเพื่อทำความเข้าใจคู่มือโครงการดังกล่าว และเริ่มขับเคลื่อนได้ภายในเดือน ก.พ. สิ้นสุดภายในเดือน มิ.ย.58

นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า องค์กรเกษตรกรสามารถทำแผนเตรียมเสนอโครงการแก่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล (ศบกต.) ได้ตั้งแต่เดือนก.พ. จนถึงสิ้นเดือน พ.ค. นี้ และการพิจารณาจะเป็นระบบอนุมัติวงเงินให้ตามลำดับการเสนอโครงการ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์จะเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำการทำเอกสารให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้ การพิจารณาอนุมัติจะต้องนำเสนอกลั่นกรองเป็นลำดับขั้นจาก ศบกต. สู่คณะกรรมการระดับอำเภอ คณะกรรมการระดับจังหวัด และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะพิจารณาวงเงินที่เสนอและความเป็นไปได้ของวิธีดำเนินการโครงการ ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ในการพิจารณาทุกขั้นตอน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแผนงาน โดยข้อกำหนดสำคัญ ต้องมีการจ้างแรงงานคิดเป็นขั้นต่ำ 30% ของวงเงิน เพราะจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงในหน้าแล้งนี้ แต่กระทรวงเกษตรฯ จะผลักดันให้เกิน 50% หากอยู่ระหว่าง 30-50% จะต้องมีการชี้แจงว่าทำไมจึงไม่ถึงเป้าหมาย 50% โดยจะเว้นช่องว่างไว้เพราะบางพื้นที่อาจมีแรงงานขาดแคลน จากประชากรส่วนใหญ่เป็นคนชราและเด็ก

การเบิกจ่ายงบประมาณจะผ่านบัญชีธนาคารทั้งหมด ดังนั้นองค์กรเกษตรกรที่ต้องการร่วมโครงการจะต้องมีบัญชีธนาคาร รวมถึงเกษตรกรที่จะรับค่าจ้างแรงงานก็จะต้องเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อป้องกันการทุจริต นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จะเป็นผู้ตรวจประเมินผลโครงการร่วมกับสถาบันการศึกษาในท้องถิ่น หากผู้เสนอโครงการไม่ได้ดำเนินการตามแผนจะถือเป็นความผิด

“กลุ่มนี้เป็นกลุ่มแล้งซ้ำซาก ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเกษตรกรที่เราต้องการให้เขาสร้างโครงการช่วยเหลือตนเอง ไม่ใช่การแจกเงินเยียวยาหลังเกิดภัยแล้งอย่างที่ผ่านมานับสิบปี รัฐใช้งบประมาณเยียวยาไปกว่าหมื่นล้านบาท ครั้งนี้โครงการจะแตกต่าง วงเงินกว่า 3 พันล้านบาท ให้โอกาสสร้างอาชีพในพื้นที่ของตนเอง และเป็นโครงการจากล่างขึ้นบน ไม่ใช่บนลงล่างอย่างที่แล้วมา” นายโอฬารกล่าว