เบรนแดน รอดเจอร์ส กุนซือหงส์แดง คุยมั่นใจว่าทีมลูกชนะได้แม้โดนนำก่อนในเกมที่บุกชนะ โบลตัน 2-1
ช่วงท้ายเกม เข้ารอบ 5 เอฟเอ คัพ ขณะที่ นีล เลนนอน กุนซือเจ้าถิ่นโวยเหลือ 10 คน ทำให้เกมเปลี่ยน
ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 นัดรีเพลย์ เมื่อคืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์รายการนี้ต่อไป หลังบุกไปยิงแซงชนะ "เดอะทรอตเตอร์" โบลตัน ทีมดังจากลีกแชมเปี้ยนชิพ ได้ถึงแม็ครอน สเตเดี้ยม 2-1 โดยเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกจุดโทษของ ไอเดอร์ กูดยอห์นเซน นาทีที่ 59 และครองความได้เปรียบในเกม
แต่นาทีที่ 65 โบลตัน ต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน หลังจาก นีล แดนน์ส ถูกใบเหลือง-แดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 65 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะจัดการยิงแซงได้ 2 ลูกรวดจาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง นาทีที่ 85 และ ฟิลิปป์ คูตินโญ นาทีที่ 90 ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย และต้องบุกไปเยือน "อินทรีผงาด" คริสตัล พาเลซ ทีมจากลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ที่เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้
หลังจบการแข่งขัน เบรนแดน รอดเจอร์ส ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล มองว่าผลการแข่งขันเกมนี้ถือว่าเหมาะสมแล้ว เนื่องจากทีมมีโอกาสลุ้นประตูอย่างมากมาย และน่าจะยิงได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำไป ซึ่งแม้ว่าจะโดนนำไปก่อนก็ยังมั่นใจว่าลูกทีมจะกลับมาชนะได้ พร้อมทั้งชมฟอร์มการเล่นของ ฟิลิปเป คูตินโญ ว่าจะเป็นนักเตะระดับโลกเหมือน หลุยส์ ซัวเรซ ได้
ขณะที่ นีล เลนนอน ผู้จัดการทีม โบลตัน ออกมาโวยการตัดสินของผู้ตัดสิน โรเจอร์ อีสต์ ที่ให้สองใบเหลืองกับ นีล แดนน์ส ลูกทีมจนทำให้ทีมเหลือ 10 คน และทำให้เกมเปลี่ยน โดยมองว่าเป็นการแจก 2 ใบเหลืองที่ง่ายเกินไป





