วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุกชิงทอง21ล้าน-ตร.รวบทันควัน

ตร.ภาค1รวบทันควัน บุกชิงทอง21ล้าน หลังไล่บี้สอบพนักงานที่นั่งข้างคนขับ รับว่าวางแผนกับเพื่อนอีกคน

คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์บุกเดี่ยวชักปืนยิงล้อรถขนทองเสียหลักชนกำแพงข้างทาง สองพนักงานประจำรถผวาลูกปืนรีบเผ่นหนี เปิดทางคนร้ายหยิบถุงทองหนัก 14 กิโลกรัมหลบหนีไป ตำรวจไล่บี้สอบพนักงานที่นั่งข้างคนขับ รับว่าวางแผนกับเพื่อนอีกคน ก่อนนำตำรวจไปชี้จับถึงบ้านพร้อมที่ซุกของกลาง

เมื่อเวลา 11.30 น. วานนี้ (3 ก.พ.) ตำรวจ สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 14 กิโลกรัม มูลค่า 21 ล้านบาท ภายในซอยวัดเกดประภา หมู่ 9 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฮธ 7233 กรุงเทพฯ จอดอยู่ โดยยางล้อหน้าด้านขวาแตก และพบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกเกลื่อนพื้นถนน โดยรถคันดังกล่าวมี นายกรกช ช่างเดชา เป็นคนขับ และนายสุริยะฉาน ไทยทนุ เพื่อนร่วมงานนั่งมาด้วย

จากการสอบสวนทราบว่า นายกรกช และนายสุริยะฉาน ได้นำทองรูปพรรณจากโรงงานทำทอง บริษัท ไชนนิ่งโกลด์ จำกัด จ.ปทุมธานี ไปส่งที่กรุงเทพฯ เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์มาประกบรถ จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงยางล้อหน้าด้านขวาจนรถเสียหลักพุ่งชนกำแพง หลังเกิดเหตุนายกรกช และนายสุริยะ วิ่งหนีเอาตัวรอด คนร้ายจึงฉวยโอกาสขโมยทองหลบหนีไป

นายสมศักดิ์ ตันฑชล เจ้าของบริษัท ไชน์นิ่งโกลด์ จำกัด ซึ่งผลิตทองรูปพรรณส่งลูกค้าในกรุงเทพฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการส่งสินค้าคืนให้ร้านทองซึ่งเป็นลูกค้า จะเปลี่ยนรถขนและเส้นทางอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ยังเกิดเหตุ ที่ผ่านมาทำธุรกิจทางด้านนี้มาร่วม 20 ปีก็ไม่เกิดเหตุเช่นนี้

นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ได้ทำประกันทองรูปพรรณไว้ 30 ล้าน เพื่อป้องกันเหตุถูกคนร้ายชิงทอง เนื่องจากบริษัทได้ผลิตทองรูปพรรณ ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอทองคำ กำไลทอง แหวน ซึ่งการขนย้ายแต่ละครั้งมีมูลค่ามาก ครั้งนี้ได้ให้คนขับรถนำทองไปส่งทั้งหมด จำนวน 3 กระเป๋า รวมน้ำหนัก 21 กิโลกรัม แต่คนร้ายได้นำกระเป๋าไปจำนวน 2 ใบ น้ำหนักทองคำรวม 14 กิโลกรัม ยังเหลือกระเป๋าอีกหนึ่งใบ อยู่ในรถที่คนร้ายเอาไปไม่หมด

โดยกระเป๋าใบนี้มีทองน้ำหนัก 8 กิโลกรัมเหลืออยู่ จึงทำให้คนร้ายได้ทองรูปพรรณไป 14 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 21 ล้านบาท โดยปกติจะส่งทุกวัน โดยจะสลับรถขนทองจำนวน 3 คันเพื่อส่งร้านทองเยาวราช เว้นวันอาทิตย์เท่านั้น

ต่อมา พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) พร้อมกำลังชุดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมของกลางทั้งหมดมาได้ หลังสอบสวน นายสุริยะฉาน ไทยทนุ อายุ 30 ปี คนนั่งข้างคนขับรถ ซึ่งเข้ามาทำงานได้ 3 เดือน รับสารภาพว่า ได้วางแผนกับเพื่อนชื่อนายสมพงษ์ คำสน อายุ 25 ปี ก่อเหตุ โดยที่นายกรกช คนขับรถไม่ทราบเรื่อง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามไปจับกุมนายสมพงษ์ ได้ที่บ้านพัก เลขที่ 15/6 ถนนเลียบคลองสาม หมู่ 5 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และทองรูปพรรณที่นำไปซ่อนไว้ในถังน้ำมัน