สั่งตั้งกก.สอบตร.เอี่ยวซ่องสาวลาว

สั่งตั้งกก.สอบตร.เอี่ยวซ่องสาวลาว

ผู้การเมืองอุดรธานี ตั้งกรรมการสอบตร.เอี่ยวเปิดซ่องสาวลาว หลังตำรวจ ปคม.บุกจับ แต่ตำรวจในพื้นที่ปล่อยปละละเลย

ความคืบหน้ากรณีการกวาดล้างจับกุมการค้าประเวณี 4 แห่งย่าน "เสาไฟแดง" และ "ทุ่งสว่าง" แหล่งค้าประเวณีเก่าแก่ ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ตามแผนปฏิบัติการดอกบัวแดง ได้หญิงสาวชาวลาวที่มาขายบริการทางเพศ 33 คน โดยมีเด็กอายุ 14-17 ปี 2 คนรวมอยู่ด้วยนั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังนำตัวหญิงชาวลาว 31 คน ส่ง พงส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ทำการสอบสวนและเปรียบเทียบปรับในข้อหา มั่วสุมเพื่อการค้าประเวณี ปรับคนละ 1,000 บาท ไปประมาณ 20 คน ที่ปล่อยตัวไปแล้ว เพราะมีหลักฐานครบ ส่วนที่เหลือและที่พาสปอร์ตหมดอายุ ได้สอบปากคำ เพื่อส่งฟ้องต่อศาลแขวง จ.อุดรธานี ส่วนการที่จะเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน จากหญิงชาวลาวทั้งหมด เพื่อที่จะดำเนินคดีกับเจ้าของบ้าน และผู้ดูแล ในข้อกล่าวหา “เป็นธุระจัดหา”

“จากการสืบสวนพอทราบตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของบ้าน แต่ยังขาดพยานหลักฐานประกอบสำนวนที่ยังไม่ครบถ้วน ซึ่งต้องหาหลักฐานจากเอกสารทางราชการ กรณีที่เราเจอตัวแล้ว หากเขายอมรับก็จะแจ้งข้อกล่าวหาทันที หากปฎิเสธเราต้องใช้การตรวจเอกสารทางราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน ที่มีชื่อเจ้าของ หากมีการปฎิเสธว่าให้คนอื่นเช่า ก็ต้องสืบสวนสอบสวน ไล่ไป เพื่อให้ทราบว่าใครเช่าต่ออย่างไร ซึ่งสุดท้ายก็ต้องได้ตัว คงต้องใช้เวลาในจุดนี้สักระยะ ในบางส่วนทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกเจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ดินมาสอบสวน รวมถึงมีการเชิญตัวมาสอบสวน ซึ่งจากการสืบสวนคนเหล่านี้น่าจะยังอยู่ในพื้นที่ หากเชิญแล้วไม่มา หรือไม่ให้ความร่วมมือ ก็คงต้องออกหมายเรียก หากยังไม่มาก็จะขออนุมัติศาลออกอหมายจับต่อไป”พล.ต.ต.ชัยญัติ กล่าว

พล.ต.ต.ชัยญัติ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการที่มีสื่อนำเสนอว่า มีการจ่ายส่วยตามบัญชีต่อหัวคนละ 2,700 บาท ที่ระบุจ่ายให้ตัวอักษรว่า ตร. เรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า ประเด็นแรก เอกสารตัวนี้ได้มาอย่างไร ได้มาจากไหน ส่วนประเด็นที่สอง คือ ใครเป็นผู้เขียนบันทึกฉบับนี้ โดยต้องหาผู้เขียนมายืนยันถึงข้อเท็จจริงว่า ได้จ่ายเงินให้กับใคร ซึ่งเป็นไปตามหลักกฎหมาย ที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานก่อน ถ้าปรากฎถึงใครก็ต้องเรียกตัวมาสอบว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

“ส่วนการตั้งคณะกรรการคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีว่าตำรวจได้ปล่อยปะละเลย หรือมีผลประโยชน์ใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ผมได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งแล้ว โดยให้ พ.ต.อ.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็นประธานกรรมการฯ และกรรมการรวม 5 คน โดยให้เร่งดำเนินการเบื้องต้นให้เสร็จภายใน 7 วัน เพราะผมต้องการทราบจึงเร่งรัดในเรื่องนี้ แต่หากไม่เสร็จก็สามารถขออนุมัติขยายเวลาต่อออกไปได้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเร่งรัดการกวาดล้างการค้าประเวณีในพื้นที่อย่างไร เพราะยังคงมีเจ้าหน้าที่ ปคม.เข้ามาจับกุมการค้าประเวณีในต่างอำเภออีก พล.ต.ต.ชัยญัติ ตอบว่า เรื่องนี้ตนกำชับตำรวจทุกพื้นที่มาตั้งแต่มารับตำแหน่ง พร้อมมีหนังสือสั่งการชัดเจน รวมถึงเรื่องอบายมุขต่าง ๆ เรื่องนี้หากเป็นความบกพร่อง หรือปล่อยปะละเลย หรือไปมีส่วนเกี่ยวข้องของการเอื้ออำนวยให้มีการกระทำผิด ก็ต้องมีการลงโทษกันตามกฎหมาย กรณีการจับกุมที่ อ.วังสามหมอล่าสุดนั้น ตนได้รับรายงานแล้วว่า ตำรวจพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปคม.ที่เปิดเป็นร้านคาราโอเกะ โดยมีสาวลาวเป็นพนักงานในร้าน และถือโอกาสลักลอบค้าประเวณี จึงมีการเข้าทำการจับกุม

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กรณีมีเจ้าหน้าที่นอกหน่วยเข้ากวาดล้างจับกุมแหล่งค้าประเวณีในพื้นที่ และได้หญิงชาวลาวขายบริการจำนวนมาก ซึ่งที่จังหวัดอื่น เมื่อมีการเข้าจับกุมไปแล้ว มีการสั่งย้ายตำรวจในส่วนที่ดูแลรับผิดชอบ โดยทาง ภ.จว.อุดรธานี จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต.ชัยญัติ ตอบว่า เรื่องนี้คงต้องมีการดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ตนได้ดูพยานหลักฐานอยู่ เนื่องจากทาง สภ.เมืองอุดรธานี ได้เข้าร่วมทำการจับกุม แต่เราก็ต้องพิจารณาว่า ก่อนหน้านั้นมีการปล่อยปะละเลยหรือไม่ ซึ่งสอดคล้องกับคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ที่ตนตั้งขึ้นมา คงต้องขอเวลาบ้าง เพราะตนคงต้องดำเนินการอย่างแน่นอน รวมถึงกรณีที่ อ.วังสามหมอ จะมีการตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเช่นกัน