ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ยืนยันไม่มีอคติกับนักเตะทีมชาติชุดใหญ่
พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคน แต่ต้องเล่นเข้าระบบ และต้องอยู่ในกฎกติกาที่เข้มงวด ชี้การขาด ชาริล ชัปปุยส์ ไม่ทำให้ศักยภาพทีมด้อยลงไป ขณะที่ พ่อเมืองโคราช หวั่นศึกลูกหนังคิงส์คัพ สนามแตก จัดโปรเจคเตอร์ รองรับแฟนบอลที่พลาดเข้าไปชมในสนาม
ความคืบหน้าทีม “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่เตรียมลงทำศึกลูกหนังชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา โดยมี 4 ทีมเข้าร่วมการแข่งขันคือ ทีมชาติไทย, เกาหลีใต้, อุซเบกิสถาน และ ฮอนดูรัส
ล่าสุด “ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย เปิดเผยถึงความพร้อมทีมว่า หลังจากที่ทีมได้เก็บตัวฝึกซ้อมที่ กิเลนวัลเล่ย์ ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ค่อนข้างพอใจเรื่องสภาพร่างกายนักเตะอย่างมาก โดยเฉพาะการที่ไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งความฟิตอยู่ในเกณฑ์ดีมากๆ ทั้งที่เก็บตัวฝึกซ้อมยังไม่ถึงสัปดาห์ หากเทียบศักยภาพของทีมชุดนี้ กับชุดคว้าแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014" แล้ว ถือว่าศักยภาพใกล้เคียงกันมาก แม้จะไม่มีชื่อของ “ชาริล ชัปปุยส์” นักเตะขวัญใจแฟนบอลชาวไทย อยู่ร่วมทีมก็ตาม แต่ทีมชุดนี้ จะดีกว่าตรงความครบเครื่องของเกมฟุตบอลด้วยซ้ำ จึงมั่นใจเราจะพาทีมไปสู่เป้าหมายด้วยการคว้าแชมป์มาครองให้ได้
“ส่วนกรณีที่ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา นักเตะกองหน้า ได้ยกเลิกสัญญายืมตัวกับ อัลเมเรีย ทีมในลาลีกา สเปน เพื่อกลับมาร่วมทีมกับต้นสังกัดเดิม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งหากเดินทางกลับมาไทยเร็ว ก็พร้อมเปิดโอกาสเข้าร่วมทีมชาติไทยทันที และยืนยัน ธีรศิลป์ จะเป็นกำลังหลักของทีมไทย ในรายการต่อๆ ไปแน่ อย่างไรก็ตาม ทางไม่ใช่เพียง ธีรศิลป์ เท่านั้นที่เปิดโอกาสให้ นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ และนักเตะคนอื่นๆ ก็มีสิทธิ์ร่วมทีมชาติได้ และผมยืนยันว่าไม่มีอคติกับใคร สิ่งสำคัญต้องเล่นเข้าระบบทีมได้ รวมทั้งเรื่องความฟิต ที่ต้องเล่นสไตล์วิ่งสู้ฟัด ได้ตลอด 90 นาที นอกจากนี้ต้องมีวินัย และต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด โดย ห้ามดื่มเหล้า, สูบบุหรี่, เล่นพนัน ,หนีเที่ยว และไม่ตรงต่อเวลา หากใครแหกกฎ ก็ให้ออกจากทีมทันที” ซิโก้ กล่าว
ด้าน นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เปิดเผยถึงความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ว่า จังหวัดนครราชสีมา มีความพร้อมอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีประสบการณ์จากการจัดกีฬาใหญ่ๆ มานับไม่ถ้วน นอกจากนี้ในเรื่องกระแสกีฬาฟุตบอล ชาวโคราช มีความตื่นตัวมาก ตั้งแต่ทีม นครราชสีมา มาสด้า คว้าฟุตบอลดิวิชั่น 1 ได้เลื่อนชั้นไปเล่นฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015 ปีนี้ บวกกับความร้อนแรงทีมชาติไทย ที่ได้แชมป์อาเซียน จึงมั่นใจว่า การแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพทุกนัด จะแฟนบอลเข้าไปชมเต็มความจุ 25,000 คนแน่นอน และเชื่อว่าบัตรเข้าชมจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของแฟนบอล ดังนั้นจึงจะต้องจัดจอโปรเจคเตอร์ ด้านนอกสนามไว้รองรับแฟนบอลที่ไม่ได้เข้าชมเกมในสนามด้วย





