ช้างศึก ทีมชาติไทย ระดมพลเข้าแคมป์เก็บตัวลุยศึกลูกหนัง คิงส์คัพ ครั้งที่ 43 พร้อมเรียก 4 นักเตะอายุ 22 ปี
ชุดเตรียมโอลิมปิก เข้าเสริมทัพ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ยืนยันเน้นสไตล์วิ่งสู้ฟัดเล่นแบบเอาใจแฟนบอล ไม่ปรับหมากยึดระบบ 4-3-3 บู๊ 3 ทีมดัง
ความเคลื่อนไหว “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่มีคิวลงฟาดแข้งลูกหนังชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 วันที่ 1-7 ก.พ.นี้ ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันคือ ทีมไทย, เกาหลีใต้ ซึ่งจะใช้นักเตะอายุไม่เกิน 23 ปี, ฮอนดูรัส และ อุซเบกิสถาน ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค “บิ๊กน้อย” พล.อ.สุรเชษฐ์ ไชยวงศ์ ผจก.ทีมชาติไทย พร้อมด้วย “ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ มาให้การต้อนรับนักเตะทีมชาติไทย ที่เข้ามารายงานตัว นำโดย กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกศารัตน์, พีรพัฒน์ โน๊ตชัยยา ฯลฯมารายงานตัวกันอย่างครบครัน
พร้อมกันนั้นยังเรียก 4 นักเตะอายุ 22 ปี ชุดเตรียมโอลิมปิก ประกอบไปด้วย จตุรงค์ พิมพ์คูณ, กษิเดช เวชยาวงศ์, เจนรบ สำเภาดี และ ปฏิภาณ ปิ่นสูตรเสริมศรี มาร่วมซ้อมกับทีมชุดใหญ่อีกด้วย ก่อนจะเดินทางมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่ กิเลน วัลเลย์ เขาใหญ่ ทันที
“ซิโก้” เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางตัวสำคัญได้ขอถอนตัวไป ซึ่งก็ได้เรียก ปกเกล้า อนันต์ เข้ามาแทน ทำให้มีตัวผู้เล่นอยู่เวลานี้ 14 คน ที่จะซ้อมร่วมกันไปก่อนเพื่อรอนักเตะอีกส่วนหนึ่งจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ชลบุรี ที่จะเดินทางตามมาสมทบภายหลัง
“เราได้ขอตัวนักเตะจากหลายสโมสรเช่น บีอีซี เทโรศาสน, เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่คาดว่าจะมีโอกาสได้ร่วมเล่นทีมโอลิมปิก และ ซีเกมส์ ให้มาร่วมฝึกซ้อมกับทีมด้วย เนื่องจากเรามีเวลาเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น ในการลงเล่นฟุตบอลอายุ 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือกแบ่งกลุ่ม (ปรี-โอลิมปิก) ในเดือนมีนาคม นี้ เพื่อจะได้ฝึกซ้อมด้านแทคติกและยุทธวิธีการเล่น เพราะน้องๆ หลายคนยังไม่ได้ร่วมซ้อมกันเลย อย่าลืมว่าเป้าหมายเบื้องต้นของเราคือทีมปรี-โอลิมปิก จะ ต้องผ่านรอบสองให้ได้”
นอกจากนี้ “ซิโก้” ยังได้กล่าวถึง ศราวุฒิ มาสุข ที่มีข่าวว่าจะถอนตัวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้เจอหน้ากันเลย แต่ถ้าเขาเล่นไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อทีมเท่าไหร่ เพราะทางด้านขวาจะมี มงคล ทศไกร และนักเตะบางรายที่ทดแทนได้โดยไม่เรียกใครมาเสริมอีก
“ฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งนี้ เราต้องเจองานที่หนักมากๆ เพราะทีมที่มาร่วมการแข่งขันมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเกาหลีใต้ และ อุซเบกิสถาน ดังนั้นเราต้องยึด ระบบ 4-3-3 เป็นหลัก แต่อาจจะมีผสมกับ 4-2-3-1 บ้างแล้วแต่สถานการณ์สลับกันไป แน่นอนวันนี้แฟนบอลชาวไทยอยากจะเห็นนักเตะลงไปเล่นแบบวิ่งสู้ฟัด เราก็จะยึดแนวทางเดิมที่แฟนบอลต้องการอยากจะเห็น”
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 จะแข่งขันแบบพบกันหมด โดยวันที่ 1 ก.พ. อุซเบกิสถาน พบ เกาหลีใต้,ไทย พบ ฮอนดูรัส,4 ก.พ.ฮอนดูรัส พบ เกาหลีใต้,ไทย พบ อุซเบกิสถาน และ 7 ก.พ. อุซเบกิสถาน พบ ฮอนดูรัส,ไทย พบ เกาหลีใต้


