วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทูลเกล้าฯ ถวายถ้วยแชมป์ คลื่นมหาชนนับแสนรับแข้งช้างศึก

หลังจากที่นักเตะ ทีมชาติไทย บุกแพ้ มาเลเซีย 2-3 ที่สนามบูกิต จาลีล เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา

แต่สกอร์รวม ไทย ชนะ 4-3 (นัดแรก ไทย ชนะ 2-0) ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014" มาครองเป็ยสมัยที่ 4 มากที่สุดในอาเซียนเทียบเท่า สิงคโปร์ และถือเป็นแชมป์ที่รอคอยมานาน 12 ปีเต็ม นอกจากนั้นยังได้รับเงินอัดฉีดทั้งหมด 33 ล้านบาท จากสมาคมฟุตบอล และ บ.โหลทองฯ รวม 25 ล้านบาท, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเกณฑ์เดียวกับอัดฉีดซีเกมส์รวม 7 ล้านบาท และ สยามพารากอน 1 ล้านบาท

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม นักเตะทีมชาติไทยและทีมงานได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ที่สนามบินดอนเมือง ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน เอฟดี 320 โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูล รัฐมนตรีว่าการกระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับ พร้อมญาติพี่น้องของนักเตะและแฟนบอล รวมถึงประชาชนทั่วไปแห่ให้การต้อนรับร่วม 2 พันคน ซึ่งบางคนมารอตั้งแต่ 08.00 น. และด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจากแสงแดดทำให้บางคนเป็นลมล้มลงไป ต้องปฐมพยาบาลกันยกใหญ่

ก่อนที่เวลา 15.45 น. ทัพนักเตะไทยจะเดินออกมาจากห้องรับรองวีไอพี แฟนบอลพร้อมใจส่งเสียงกรี๊ดเพื่อต้อนรับ โดย "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย และนักเตะต่างให้เวลาแฟนบอลถ่ายรูปและขอลายเซ็นอย่างเต็มที่ พร้อมนำถ้วยแชมป์มาให้แฟนบอลได้เห็นอย่างใกล้ชิด โดยบางคนถึงกับร้องไห้เมื่อได้เห็นนักเตะในดวงใจ โดยเฉพาะ ชาริล ชัปปุยส์ ที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ

จากนั้นทั้งหมดได้ขึ้นรถบัสเปิดประทุนเพื่อฉลองแชมป์ครั้งนี้ โดยใช้เส้นทาง ถ.วิภาวดี รังสิต ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, พญาไท, ราชเทวี, ประตูน้ำ, เซ็นทรัลเวิลด์, ถ.พระราม 1, สยาม และสิ้นสุดที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่สนามศุภชลาศัย โดยตลอดทางมีแฟนบอลรวมกว่าแสนคนร่วมกันส่งเสียงร้องยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ของ ทีมชาติไทย

"ซิโก้" เปิดเผยว่ารู้สึกดีใจที่เห็นแฟนบอลชาวไทยให้การต้อนรับเยอะขนาดนี้ ซึ่งสมัยที่ตนเองเป็นนักฟุตบอลก็ยังไม่เคยเจอแฟนบอลให้การต้อนรับมากขนาดนี้มาก่อน ซึ่งขอขอบคุณแฟนบอลทุกคนที่ให้ความสำคัญกับ ทีมชาติไทย

"ทุกคนมีความสุขมากที่เห็นแฟนบอลให้การต้อนรับมากมาย และเราก็ดีใจที่เห็นแฟนบอลมีความสุข แม้แชมป์นี้จะเป็นเพียงระดับอาเซียนแต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของวงการฟุตบอลไทย"

ด้าน "กาเซ็ม" นายเกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมชาติไทย เผยว่าตนจะหารือกับ "ซิโก้" และผู้ใหญ่ในสมาคมฯ เรื่องทูลเกล้าฯ ถวายถ้วยแชมป์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งวันที่ 22 ธันวาคม จะไปถวายพระพรที่ รพ.ศิริราช เวลา 11.00 น. ส่วนต่อจากนี้อยากจะเปิดทางให้คนอื่นมาทำทีมต่อ เนื่องจากทำงานหนักมาสองปีเต็ม

ส่วน ดร.โสภิต ภาโนมัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่าจากการที่ ทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จภายใต้การควบคุมทีมของ"ซิโก้" ทำให้ ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี ม.ศรีปทุม จึงขอมอบทุนการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาธุรกิจการกีฬาและการบันเทิง หรือหาก "ซิโก้" ต้องการศึกษาในด้านอื่น ทางมหาวิทยาลัยก็ยินดีจะเปิดโอกาสให้เลือกตามความต้องการ