ไฟไหม้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้ออายุกว่าพันปี

ไฟไหม้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้ออายุกว่าพันปี

เกิดเหตุไฟไหม้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ภายในวิหารย์วัดพระโต เสียหายเบื้องต้นประมาณ 3 ล้านบาท

เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 13 ธ.ค.57 พระครูพุทธวราธิคุณ เจ้าคณะอำเภอนาตาล และเจ้าอาวาสวัดพระโต บ้านปากแซง ตำบลพะลาน อำแภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ตื่นขึ้นมาเพื่อจะเข้าไปในวิหารเพื่อปฏิบัติกิจสงฆ์ ตามที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน พบควันไฟโขมงไปที่วิหารพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ จึงได้รีบเข้าไปดู พบไฟได้ลุกไหมไปตามพื้นผ้าพรมปูพื้น พร้อมทั้งเครื่องสักการบูชาต่างๆ รวมทั้งองค์พระเจ้าใหญ่ด้วย จึงได้เรียกพระสงฆ์ทั้งหมดให้มาช่วยกันดับไฟ ซึ่ก็ดับไม่ยากเพราะสิ่งของมีเครื่องบูชาต่างๆได้ถูไฟไหม้จนเป็นเถ้าถ่านไปหมดแล้ว คงเหลือแต่ผ้าพรมบ้างเล็กน้อย

จากนั้น จึงได้แจ้งบอกผู้ใหญ่บ้าน กับสถานีตำรวจนาตาล ให้รับทราบ คาดว่าน่าจะเกิดจากการที่มีผู้มาจุดไฟบูชาขอพรจากพระเจ้าใหญ่ แล้วไม่ได้ดับไฟก่อนกลับบ้าน และหากจะเกิดจากการที่ไฟฟ้าลัดวงจร ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะจุดตั้งปลั๊กไฟก็เห็นเป็นปกติ แต่ทั้งนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพิสูจน์ละเอียดก่อนว่าเกิดจากสาเหตุอะไร คิดความเสียหายเบื้องต้นประมาณ ร่วม 3 ล้านบาท

เจ้าอาวาสวัดพระโต บ้านปากแซง กล่าวต่อไปอีกว่า พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ นี้ มีผู้ให้ความเคารพศรัทธากันเป็นจำมาก บารมีขจรไปกลถึง 2 ฝั่งแม่น้ำโขง เชื่อในอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ และบนบานศาลกล่าว สร้างขึ้นมาได้กว่า 2 พันปี แล้ว เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสะดุ้ง ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ ประมาณปี พ.ศ.1180 โดยพระยาแข้วเจ็ดถัน สมัยของเรืองอำนาจ ในสมัยนั้น ทั้งอดีตและปัจจุบัน ได้มีชาวพุทธศาสนิกชน จากสองฝั่งไทย ลาว ให้ความเคารพศรัทธากันมาก พระเจ้าใหญ่ถูกไฟไหม้ในครั้งนี้ นับว่าเกิดโสกนาฏกรรมขึ้นอย่างร้ายอแรง สะเทือนจิตรใจชาวพุทธเป็นอย่างมากจะอย่างไรก็ดี ตนในฐานะเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ ก็จะได้เป็นแกนหลักในการก่อสร้างบำรุงพระเจ้าใหญ่ใหม่ ให้เหมือนเดิมดังที่ผ่านมา

โดยจะได้อาศัยแรงศรัทธาจากญาติโยมทั้งหลาย ให้ได้ช่วยกัน บูรณะปฏิสังขรณ์ พระเจ้าใหญ่ของพวกเราขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ซึ่งทางคณะกรรมการจักงานก็ได้กำหนดงานนมัสการพระเจ้าไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ในวันที่ 28มกราคม 2557 ถึง วันที่ 3 มกราคม 2558 ซึ่งนี้เป็นงานที่จัดสืบสานวัตถนธรรมประเพณีโบราณมาเป็นประจำทุกปี หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระโต บ้านประแซง กล่าว