วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ซิโก้"รับเกมรุกไม่แกร่งเร่งแก้ใหม่

"ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยชุดเข้ารอบชิงเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ ยอมรับเกมรุกไทยยังไม่แกร่ง

ต้องเร่งแก้ไขใหม่ ด้าน สมาคมฟุตบอลฯ สั่งคุมเข้มแฟนบอลที่ชอบจุดพลุพร้อมเตรียมแบนห้ามเข้าสนาม ส่วนเจ้าของพื้นที่ กกท.เตรียมหาหลักฐานแจ้ง ตร. ทำลายทรัพย์สิน ด้านบัตรเข้าชมจะเปิดจำหน่ายล่วงหน้าวันที่ 12 ธ.ค.นี้

หลังจากที่นักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ด้วยการเอาชนะ ฟิลิปปินส์ 3-0 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน จากการยิงของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ และเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ที่ซัดคนเดียว 2 ประตู โดยจะเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เวียดนาม กับ มาเลเซีย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย ได้ให้นักเตะลงสระว่ายน้ำภายใน ร.ร.เอสซี ปาร์ค ซึ่งเป็นสถานที่พักเพื่อคลายกล้ามเนื้อ ขณะที่ช่วงเย็นไม่มีการฝึกซ้อมแต่อย่างใด โดย “ซิโก้” เผยว่าสำหรับการเตรียมตัวสำหรับรอบชิงชนะเลิศ จะเก็บตัวอยู่ที่ กรุงเทพฯ ต่อไป

“เราจะมีการฝึกซ้อมและเก็บตัวที่กรุงเทพฯ เพราะหากไปต่างจังหวัด จะเสียเวลาเดินทางไป-กลับ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำนักเตะว่า เมื่อเก็บตัวในกรุงเทพ ทุกคนต้องตั้งสมาธิกับการซ้อม ธุระอย่างอื่นหากไม่สำคัญ ขอให้ตัดไปก่อน ส่วนเกม 5 นัดที่ผ่านมา ยอมรับว่า กองหลังยังมีปัญหา ยืนตำแหน่งกันได้ไม่ดี ต้องแก้ไขโดยด่วน เช่นเดียวกับเกมรุก ที่แดนกลางยังขึ้นไปช่วยสนับสนุนไม่ดีพอ"

ขณะเดียวกัน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้หารือกับ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ตัวแทนการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งยืนยันว่าจะเริ่มเปิดขายวันที่ 12 ธันวาคม นี้ ที่ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา และจองผ่าน www.thaiticketmajor.com โดยราคาบัตรมีตั้งแต่ 150 บาท, 250 บาท, 350 บาท และ 700 บาท

ส่วนควันหลงเกมเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีแฟนบอลไทยกลุ่มหนึ่งได้ฝืนคำสั่ง เอเอฟเอฟ ด้วยการจุดพลุแฟร์ในสนามบริเวณอัฒจรรรย์ฝั่งตรงข้ามมีหลังคา ซึ่ง พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่าเอเอฟเอฟ เตรียมส่งหนังสือแจ้งบทลงโทษมายังสมาคมฟุตบอลฯ ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีบทลงโทษปรับเงินจากกรณีจุดพลุดังกล่าวแน่นอน

“แน่นอนว่าเกมวันที่ 17 ธันวาคม เราจะมีการตรวจข้นที่เข้มข้นมากกว่าเดิม และจับตามองแฟนบอลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ก่อการกระทำเช่นนี้ขึ้นอีก อย่างไรก็ตามเรากำลังหารือหาตัวผู้ฝ่าฝืน โดยเอาหลักฐานตามโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อประกาศห้ามแฟนบอลเหล่านี้เข้าสนามอีก”

นอกจากนั้นมีรายงานว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ในฐานะเจ้าของสนาม เตรียมดำเนินการแจ้งความเพื่อเอาผิดกับแฟนบอลกลุ่มดังกล่าว ที่ทำลายทรัพย์สินด้วยการพังเก้าอี้ที่นั่งด้วย