ผบช.น.แจงข้อกล่าวอ้าง "นพพร" ไม่เป็นความจริง ยันทำคดีตามพยานหลักฐาน จ่อสรุปส่งสตช.พรุ่งนี้
ผบช.น. แจงข้อกล่าวอ้าง "นพพร" ไม่เป็นความจริง เผยเรียกสอบพนักงานสอบสวนและเสธ.เจี๊ยบเพิ่มเติมแล้ว ยันทุกอย่างทำตามหลักฐาน คาดสรุปสำนวนเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ภายในวันพรุ่งนี้ ส่วน "เสธ.เจี๊ยบ" ตำรวจส่งฝากขังศาลทหาร ค้านประกันตัว ขณะที่กรมศิลป์รุดเข้าตรวจสอบโบราณวัตถุในโกดังผู้ต้องหาเครือข่ายอดีต ผบช.ก. พบส่วนใหญ่เป็นของเลียนแบบ
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวเมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) ว่า กรณีนายนพพร ศุภพิพัฒน์ มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาหมิ่นเบื้องสูง จ้างวานให้อุ้มนักธุรกิจผู้เสียหายไปขู่ขอลดหนี้ ชี้แจงที่มาที่ไปของคดีว่าตกเป็นผู้ถูกกระทำจากตำรวจนั้น ไม่เป็นความจริง
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า ได้เรียกตำรวจที่ปรากฏชื่อในเอกสารชี้แจงของนายนพพรมาสอบถาม รวมทั้งสอบปากคำนาวาอากาศโทปริญญา รักวาทิน หรือ เจี๊ยบ กรรมการผู้จัดการเรือด่วนเจ้าพระยา เพิ่มเติมแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน
ส่วนการติดตามจับกุมนายนพพรนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัว และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าหลบหนีไปประเทศใด อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีผู้กระทำความผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที ส่วนสำนวนการสอบสวนคดีนี้ได้เตรียมสรุปส่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในวันที่ 10 ธ.ค.นี้
ส่ง"เสธ.เจี๊ยบ"ฝากขังศาลทหาร
ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนนาวาอากาศโทปริญญา วานนี้ (8 ธ.ค.) พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ควบคุมตัว นาวาอากาศโทปริญญาไปฝากขังผลัดแรกที่ศาลทหารกรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-20 ธ.ค.2557 พร้อมคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นคดีที่ข้อหาร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง
สำหรับนาวาอากาศโทปริญญานั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นคนกลางแนะนำนายนพพรให้รู้จักกับนายชากานต์ ภาคภูมิ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ และเป็นผู้ที่นำค่าจ้างเป็นเงินสดจำนวนหลายแสนบาทไปให้นายชากานต์กับพวกที่ก่อเหตุอุ้มผู้เสียหายไปข่มขู่ลดหนี้
ตำรวจพากรมศิลป์ไปตรวจของเก่า
ด้านความคืบหน้าในการสอบสวนขยายผลคดีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) วานนี้ (8 ธ.ค.) พล.ต.ต.ประสพโชค พร้อมมูล ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำกำลังทหาร พร้อมด้วยนายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เข้าตรวจค้นโกดังเก็บของ ด้านหลังสวงค์อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 16/21 และร้านสวงค์แอนทีค เลขที่ 16/5 ริมถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี ของนางสวงค์ มุ่งเที่ยง และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช ผู้ค้าโบราณวัตถุซึ่งเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวโยงกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์
จากตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร ระบุว่า พบเป็นเฟอร์นิเจอร์ของประเทศจีนและประเทศทางยุโรปนำเข้า ตั่งไม้แกะสลักปิดทอง ขาสิงห์ของประเทศไทย พระพุทธรูปหล่อโลหะผสมจากประเทศพม่า ปางมารวิชัย สมัยพุทธศตวรรษ 25 (พ.ศ.2401-2499) ส่วนใหญ่พบมากในวัดทางภาคเหนือ
พล.ต.ต.ประสพโชค กล่าวว่า ทั้งนี้ภายในโกดังดังกล่าวพบว่ามีการซุกซ่อนของกลางเป็นงาช้าง ไม้ และโบราณวัตถุ ซึ่งได้มีการประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบแล้ว ส่วนในวันนี้ได้ประสานงานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบว่าโบราณวัตถุภายในโกดังดังกล่าวมีทั้งหมดกี่ชิ้น และถูกกฎหมายหรือไม่ รวมถึงมีใบอนุญาตการค้าโบราณวัตถุและศิลปวัตถุหรือไม่ หากพบว่าผิดกฎหมายจะต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เผยส่วนใหญ่เป็นของเลียนแบบ
ขณะที่ นายสหภูมิ เปิดเผยว่า จากที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ส่วนใหญ่เป็นของทำเลียนแบบขึ้น โดยไม่มีใบอนุญาตการค้าโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ แต่ยังไม่พบโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรห้ามทำเลียนแบบ 9 รายการ หลังจากนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและจัดทำบัญชีโบราณวัตถุเพื่อตรวจสอบเทคนิคการทำปลอมแปลงและวัสดุในการผลิต รวมทั้งครอบครองอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งคาดว่าใช้เวลาไม่นาน
ชาวเชียงรายขอตรวจสอบพระพุทธรูป
วันเดียวกัน ชาวบ้าน ต.ครึ่ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ทำเรื่องขอตรวจสอบของกลางที่ยึดได้ในคดีนี้ โดยขอตรวจสอบว่ามีพระพุทธรูปสิงห์ 1 องค์ที่ถูกคนร้ายมาขโมยไปเมื่อ 36 ปีก่อนด้วยหรือไม่เพื่อจะได้นำกลับมาประดิษฐานไว้ที่วัดหลวงเช่นเดิม
พระอธิการบุญเพ็ชร วรธัมโม เจ้าอาวาสวัดหลวง กล่าวว่า เมื่อประมาณ 36 ปีก่อนพระพุทธรูปที่วัดหลวงมีพระพุทธรูปปางต่างๆ อยู่ 16 องค์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารวัด โดยในคืนวันที่ 10 มี.ค.2521 ได้มีคนร้ายลอบเข้ามาโจรกรรมพระพุทธรูปสิงห์ 1 ไปจนกระทั่งรุ่งเช้าพระในวัดก็ได้เข้ามาประกอบพิธีสงฆ์ตามปกติได้สังเกตเห็นว่าพระพุทธรูปหายไปจึงได้พากันออกติดตามแต่ก็ไม่พบ
ต่อมาก็มีการเข้ามาโจรกรรมพระพุทธรูปขนาดต่างๆ ไปอีก ทำให้ชาวบ้านต้องหาวิธีป้องกันโดยการสร้างลูกกรงขังพระพุทธรูปไว้โดยใส่กุญแจแน่นหนาเพื่อป้องกันการถูกโจรกรรมอีก
ทั้งนี้ จากที่ได้มีข่าวการตรวจยึดทรัพย์สินในคดีนี้พบว่ามีพระพุทธรูปและวัตถุโบราณจำนวนมากจึงอยากจะขอตรวจสอบว่ามีพระพุทธรูปสิงห์ที่หายไปรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ซึ่งทางวัดก็มีหลักฐานเพียงบันทึกทรัพย์สินของทางวัดระบุเป็นรายลักษณ์อักษรเท่านั้น แต่ผู้ที่จำพระพุทธรูปได้ก็จะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน หากมีโอกาสก็อยากจะไปตรวจสอบดูเพราะอยากให้พระพุทธรูปดังกล่าวกลับมาอยู่ที่วัดอีกครั้ง
ด้านนายประพัฒน์ แก้วตา อดีตกำนันตำบลครึ่ง กล่าวว่า หลังจากที่พระพุทธรูปสิงห์ซึ่งเป็นเนื้อทองสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 22 นิ้ว สูง 25 นิ้ว ขนาดรอบเศียรพระ 18 นิ้ว 2 เซนติเมตร มีจิกโมลีบนเศียร ซึ่งหลังจากที่พระพุทธรูปได้หายไปชาวบ้านต่างไม่สบายใจและยังคงติดใจกับพระที่หายเพราะเป็นพระคู่บ้าน
เขากล่าวว่า หากมีโอกาสก็อยากให้เจ้าหน้าที่เปิดโอกาสให้ทางชาวบ้านได้เข้าไปตรวจสอบเพราะยังคงมีผู้ที่จำพระพุทธรูปได้อย่างแม่นยำเมื่อเห็นก็จะสามารถบอกได้ทันทีว่าใช่พระพุทธรูปที่หายไปหรือไม่ หากว่าพบอยู่ในของกลางที่ตรวจยึดได้ก็อยากจะนำพระพุทธรูปกลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง
อารีพงศ์ลั่นกรณีนพพรไม่กระทบนโยบายพลังงาน
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กรณีปัญหาของนายนพพร ซึ่งทำธุรกิจโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมอยู่หลายโครงการในขณะนี้นั้นถือเป็นปัญหาส่วนตัว และไม่มีผลต่อนโยบายการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมของกระทรวงพลังงาน





