ผู้การอุดรฯ เตรียมตั้งกก.สอบ14ตร. หลังถูกร้องเรียนรีดทรัพย์แก๊งวัยรุ่น
หลังจากที่เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้ มีคำสั่งย้ายตำรวจระดับสารวัตรป้องกันปราบปราม รองสารวัตร และผู้บังคับหมู่ สภ.เมืองอุดรธานี จำนวน 14 นาย โดย พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ให้ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อตั้งกรรมการสอบสวน ให้ขาดจากตำแหน่งเดิมเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป ประกอบด้วย ชุดสืบสวน "อัศวิน" พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล สวป.
ร.ต.อ.สุรบดินทร์ วงศ์รินทอง , ร.ต.อ.ภัทรพล เจริญผล , ร.ต.อ.ชัยรัตน์ ประสานพันธ์ , ร.ต.ท.พิเชษฐ์ ปักเคชาติ , ร.ต.ต.บัญชา สาระปัญญา , ร.ต.ต.จำลอง ทองเฟื่อง , ร.ต.ต.วินัย ผิวผ่อง รอง สวป. , ด.ต.สมประสงค์ พลลาภ , ด.ต.ธนู จันดาเบ้า , ด.ต.เสกสรรค์ สุวรรณบุตร , ด.ต.ประทุม กรมวงศ์ , ด.ต.ชัยวัฒน์ ชื่นอิศรา และ จ.ส.ต.ประเทือง ริยะวงศ์ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม
ทั้งนี้คำสั่งย้าย หลังจากที่มีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ปกครองกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 10 คน เข้าร้องเรียนว่าถูกตำรวจชุดปราบปราม ข่มขู่รีดเงินรายละ 10,000 บาท ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม นำตัวมาสอบสวนและตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ระหว่างการสืบสวนหาคนร้าย ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทำร้ายใช้มีดฟันกันจนเสียชีวิต และบาดเจ็บสาหัส หลังจากเที่ยวบุญกฐินที่ บ้านชัยพร ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน และสามารถติดตามจับกุมคนร้ายตามภาพวงจรปิด 4 คน เมื่อวัน 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม หลังมีคำสั่งย้ายตำรจทั้ง 14 นาย บรรยากาศที่ สภ.เมืองอุดรธานี เป็นไปอย่างเงียบเหงา และไม่มีตำรวจทราบถึงการถูกสั่งย้ายครั้งนี้ ขณะที่ทางศูนย์ปฏิบัติการ 191 ที่เป็นที่ตั้งของ “ชุดอัศวิน” บรรยากาศก็เป็นไปอย่างเงียบเหงาเช่นเดียวกัน โดยห้องทำงานปิดไว้ และมีการนำชื่อป้ายชุดอัศวินที่ติดอยู่หน้าประตูออก โดยไม่มีตำรวจของชุดอัศวินเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากถูกย้ายทั้งชุด 14 นาย และวันนี้เป็นวันหยุดราชการ
พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า คำสั่งย้ายครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีคดีของอดีต ผบช.ก.แต่อย่างใด อาจเป็นเรื่องของการร้องเรียนจากประชาชน ที่ร้องไปทางตำรวจภูธรภาค 4 โดยตรง ซึ่งเรื่องเช่นนี้ตนมีนโยบายที่ชัดเจนและเด็ดขาด เรื่องการประพฤติมิชอบ เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ในทางที่มิชอบ โดยตนเรียกประชุมกำชับว่า ไม่มักมากในลาภผล และจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ซึ่งหลังจากนี้ทางตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการต่อ หากมีมูลก็ต้องว่ากันไปตามความผิด ตามโทษานุโทษ
“เรื่องการย้ายตำรวจ 14 คน จะไม่กระทบกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งตอนนี้ทางภาค 4 ได้สั่งให้ไปปฎิบัติราชการที่ภาค 4 ก่อน เมื่อมีความผิดชัดแจ้ง จึงอาจจะต้องย้ายขาด ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ของตำรวจอุดรธานี ซึ่งทาง ผบ.ตร.เน้นย้ำอยู่แล้วว่า ตำรวจเราต้องเร่งสร้างภาพลักษณ์ออกมาให้เป็นที่เคารพศรัทธาและเชื่อมั่นของประชาชน โดยส่วนของอุดรธานี เราเน้นย้ำว่าเราต้องมีวิสัยทัศน์ทันสมัย มีวินัย ใส่ใจประชาชน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ พอใจ และ ร่วมใจกับตำรวจ ฉะนั้นใครที่ทำภาพลักษณ์ที่ไม่ดีกับวงการตำรวจ ผมไม่เอาไว้แน่นอน”
พล.ต.ชัยญัติฯ กล่าวอีกว่า มาตรการดูแลตำรวจเรามีการปกครองที่ต้องเข้าไปกำกับดูแลอยู่แล้วตามลำดับชั้นโดยใกล้ชิด และต่อเนื่อง ถ้าบกพร่องขี้นมาผู้บังคับบัญชาชั้นต้นก็ต้องถูกพิจารณาตามกระบวนการ ในภาพรวมหากใครไม่ฟัง ทำนอกลู่นอกทาง มีพยานหลักฐาน จะต้องถูกดำเนินการทันที หากยังมีผู้เสียหายที่เคยถูกกระทำจากทางตำรวจ หรือมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ที่มีตำรวจประพฤติมิชอบ สามารถนำหลักฐานมาให้ตน มาให้ข้อมูลตน เพื่อจะดำเนินการได้ทันที


