เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นบุกใช้มีดไล่ฟันทหาร-ทุบป้อม ตร.คาดเรื่องส่วนตัว ปัดแสดงสัญลักษณ์
เกิดเหตุมีวัยรุ่น 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์คันละ 2 คน ก่อเหตุใช้อาวุธมีดข่มขู่บุกเข้าไปทำร้ายทรัพย์สินกระจกที่ป้อมรักษาการณ์ประตูทางเข้าด้านหน้าและด้านหลังของ มณฑลทหารบกที่ 13 จังหวัดลพบุรี แต่คนร้ายพลาดท่าถูกกระจกบาดแขนได้รับบาดเจ็บไปด้วย 1 คน ตำรวจพุ่งเป้าเรื่องส่วนตัวของพลทหารไม่ใช้เรื่องของการแสดงสัญลักษณ์แต่อย่างใด
เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 นาฬิกา (25พย.57) ที่ผ่านมา บริเวณป้อมยามรักษาการณ์ประตูทางเข้ามณฑลทหารบกที่13 จังหวัดลพบุรี ติดถนนนารายณ์มหาราช ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี ขณะที่พลทหาร กฤตชญา มังจันทึก และพลทหาร สถาพร พันลา ทหารกองประจำการมณฑลทหารบกที่ 13 ได้เข้าเวรอยู่ที่ป้อมยาม ทันใดก็มีวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่หน้าประตูทางเข้าขณะที่ประตูเหล็กปิดอยู่วัยรุ่นคนซ้อนท้ายก็ได้ลงจากรถเดินมาเคาะประตูและเลื่อนปานประตูออกเดินถือมีสปราต้าเข้ามาพร้อมกับปัดกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ข้างป้อมยามให้หันหน้าลง จากนั้นชายวัยรุ่นก็ใช้มีดไล่ฟันพลทหารทั้ง 2 คน จึงต้องวิ่งเข้าไปข้างในเอาตัวรอด ส่วนวัยรุ่นผู้ก่อเหตุก็ใช้มีดฟันไปที่กระจกหน้าต่างป้อมยามแตกไป 1 ปาน จากนั้นก็วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์พากันหลบหนีไป ขณะเดียวกันก็เกิดเหตุเช่นเดียวกันมีวัยรุ่นอีก 2 คน ไปก่อเหตุที่ป้อมยามรักษาการณ์ด้านหลัง ในทำนองเดียวกันอีก
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้นำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนร่วมถึงสารวัตรทหารเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ที่ป้อมรักษาการณ์ประตูด้านหน้าพบว่ากระจกหน้าต่างที่ป้อมแตกไป 1 ปาน โดยมีเศษกระจกตกอยู่ที่พื้น นอกจากนี้ยังพบรอยเลือกหยดเป็นทาง ซึ่งเป็นรอยเลือดของผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระจกบาดที่แขน ส่วนที่ป้อมรักษาการด้านหลังคนร้ายไม่ได้ทำลายทรัพย์สินอะไรเพียงแต่เข้าไปล้มกระติดน้ำดื่มแล้ววิ่งหลบหนีไป
สอบสวนพลทหารทั้ง 2 นาย ให้การว่า ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คน ได้นั่งอยู่ข้างป้อม เห็นมีวัยรุ่น 2 คนใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟไม่ทราบสีหมายเลขทะเบียน โดยเห็นคนขี่จักรยานยนต์ทำท่าเอามือกุมอยู่ที่เอวคล้ายกับมีอาวุธอยู่ ส่วนคนซ้อนท้ายได้วิ่งลงจากรถถือมีดมาไล่ฟันพร้อมกระชากประตูเข้ามาปัดหน้ากล้องลงแล้วจะวิ่งมาไล่ฟันพวกตน จึงรีบวิ่งเข้าไปตามนายทหารเวรที่กองรักษาการณ์ด้านในที่อยู่ห่างประมาณ 50 เมตร แต่ไม่ทัน คนร้ายได้ใช้มีดทุบทำลายกระจกแตกก่อนหลบหนีไป
จากนั้นทางได้นำสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ได้มาเก็บรอยเลือดที่หยดลงพื้นเอาไปตรวจหาดีเอ็นเอของผู้ก่อเหตุ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นจากการสอบสวนปากคำแล้วพบว่า น่าจะมาจากเรื่องชู้สาวของพลทหารนายหนึ่งที่เข้าไปพัวพันกับหญิงสาวในกลุ่มของวัยรุ่นแก๊งยาเสพติดในพื้นที่รายหนึ่งที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว จนทำให้แก๊งวัยรุ่นรายนี้ไม่พอใจจึงมาก่อเกตุดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ไม่น่าจะไปเกี่ยวอะไรกับการแสดงสัญญาลักษณ์แต่อย่างใด นอกจากนี้แล้วในจุดเกิดเหตุก็ยังมีกล้องวงจรปิดอยู่หลายตัวก็คงสามารถบันทึกภาพคนร้ายเอาไว้ได้ แต่ต้องรอช่วงเวลาทำงานจึงจะสามารถเอาภาพออกมาดูได้ เพื่อนำไปเป็นแนวทางติดตามตัวคนร้ายแก๊งนี้ต่อไป


