ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2016" รอบคัดเลือก ในคืนวันนี้ (14 พ.ย.) กลุ่ม ดี "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี
แชมป์บอลโลก 2014 แข่ง 3 นัด มี 4 แต้มอยู่อันดับ 4 ต่อจาก โปแลนด์, ไอร์แลนด์ และสกอตแลนด์ จะเปิดรังกรุนดิก สเตเดี้ยม ในเมืองเนิร์นแบร์ก รับการมาเยือนของยิบรอลตาร์ ทีมบ๊วยที่ยังไร้คะแนนจากการแพ้รวดทั้ง 3 เกม เวลา 02.45 น.
เกมนี้แม้ว่า "โยกี" โยอาคิม เลิฟ กุนซือเจ้าถิ่นจะยังไม่ได้ทีมชุดแชมป์โลกกลับมา แต่ก็จะจัดทีมที่ดีที่สุดลงสนามเต็มที่ และยิงประตูให้ได้มากที่สุดเพื่อเรียกความมั่นใจ เนื่องจากฟอร์มแย่ไป 2 นัดจากการไปแพ้ โปแลนด์ 0-2 และเสมอ ไอร์แลนด์ 1-1
"เราจะลงไปเล่นกับยิบรอลตาร์ ด้วยความมุ่งมั่น เราเหนือกว่าพวกเขาชัดเจน เราต้องการประตูให้มาก" เลิฟ กล่าว
โดยทีมของเลิฟนัดนี้ ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู มานูเอล นอยเออร์, กองหลัง เบเนดิกท์ โฮเวเดส, เฌอโรม บัวเต็ง, ชโกดราน มุสตาฟี และเอริค ดวร์ม, แดนกลาง ซามี เคดิรา, คริสตอฟ คราเมอร์, โทนี โครส, โธมัส มุลเลอร์ และลูคัส โพโดลสกี ส่วนกองหน้าเป็นหน้าที่ของ มาริโอ เกิตเซ
โปรแกรมคู่อื่นๆ ในกลุ่ม นี้ จอร์เจีย ที่มี 3 แต้ม พบ โปแลนด์ ที่มี 7 แต้ม และสกอตแลนด์ ที่มี 4 แต้ม พบ ไอร์แลนด์ ที่มี 7 แต้ม
ขณะที่ในกลุ่ม ไอ คริสเตียโน โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสจะนำลูกทีมเปิดบ้านที่ฟารูทางตอนใต้ พบ อาร์เมเนีย โดยก่อนเกมนี้ โปรตุเกส มีอยู่ 3 แต้มจาก 2 นัด แต่หากชนะเกมนี้ก็มีโอกาสแซงขึ้นมาเป็นจ่าฝูง เนื่องจาก แอลเบเนีย ทีมนำที่มี 4 แต้มไม่มีโปรแกรมลงแข่งขัน ส่วน เดนมาร์ก ที่มี 4 แต้มเช่นกัน มีโปรแกรมหนักต้องไปเยือน เซอร์เบีย
ส่วนโปรแกรมกลุ่ม เอฟ กรีซ พบ หมู่เกาะแฟโร, ฮังการี พบ ฟินแลนด์, โรมาเนีย พบ ไอร์แลนด์เหนือ
ด้านการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร เมื่อคืนวันที่ 12 พ.ย. "แซมบา" บราซิล ภายใต้การนำทัพของ คาร์ลอส ดุงกา ยังโชว์ฟอร์มได้ดีต่อเนื่อง ล่าสุดบุกไปถล่ม "ไก่งวง" ตุรกี ถึงอีสตันบูล 4-0 โดยได้ประตูจาก เนย์มาร์ นาทีที่ 20 กับ 60, ซูอัต คายา ทำเข้าประตูตัวเองนาทีที่ 24 และวิลเลียน นาทีที่ 44 ทำให้ ดุงกา นำทีมชนะรวด 5 นัดนับตั้งแต่คุมทีมในรอบนี้ ขณะที่ตุรกีผลงานย่ำแย่ไม่ชนะใครมาแล้ว 6 นัด
ขณะที่ "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา ลงอุ่นเครื่องกับ "ตาหมากรุก" โครเอเชีย ที่กรุงลอนดอน ก่อนแซงชนะหวุดหวิด 2-1 หลังจากโครเอเชีย ได้ประตูออกนำก่อนจาก อานัส ชาร์บินี กองกลางเชื้อสายปาเลสไตน์ นาทีที่ 11 แต่ครึ่งหลัง อาร์เจนตินา ตีเสมอได้จาก คริสเตียน อันซัลดี นาทีที่ 49 และลิโอเนล เมสซี ยิงจุดโทษนาทีที่ 57 ทำให้ทีมฟ้าขาวแซงชนะไป ซึ่งเกมนี้เป็นการกลับสู่ทีมชาติครั้งแรกในรอบ 3 ปีของ คาร์ลอส เตเบซ เมื่อถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน เซร์คิโอ อาเกโร ด้วย ส่วน "กังหันลม" ฮอลแลนด์ ยังฟอร์มแย่แพ้ "จังโก" เม็กซิโก คารังอัมสเตอร์ดัม อารีนา 2-3 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก เวสลีย์ สไนย์เดอร์ นาทีที่ 49 กับ ดาลีย์ บลินด์ นาทีที่ 74 ขณะที่ทีมเยือนได้จาก คาร์ลอส เบลา นาทีที่ 8 กับ 62, ฮาเวียร์ เอร์นันเดซ นาทีที่ 69 ผลอีกคู่ เบลเยียม ชนะ ไอซ์แลนด์ 3-1





