วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับคนร้ายลักทรัพย์เงินสดตู้เอทีเอ็ม4.6ล้าน

ตร.แถลงจับกุม3คนร้ายลักทรัพย์เงินสดตู้เอทีเอ็ม ธ.กรุงเทพ สาขาตรัง กว่าเงินสด4.6ล้าน

ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมามอบนโยบายการทำงานแก่หัวหน้าสถานีตำรวจทั้ง 16 แห่ง ในจังหวัดตรัง พร้อมเน้นย้ำในเรื่องการป้องกันอาชญากรรม และการเล่นประทัดดอกไม้ไฟ ในเทศกาลลอยกระทง

จากนั้นได้ร่วมกับผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ แถลงข่าวการจับกุม 3 ผู้ต้องหา ในคดีลักทรัพย์เงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพ สาขาตรัง หน้าโรงงานศรีตรัง แอร์โกรอินดัสทรี หมู่ที่ 2 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา

โดยสามารถนำเงินสดไปได้จำนวน 4.6 ล้านบาท ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายเอกชัย ฤทธิ์ฉิม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 7 ต.โคกยาง อ.กันตัง, นายจีรพันธ์ ชูทิพย์ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 7 ต.โคกยาง อ.กันตัง และนายระพินทร์ เมืองแก้ว อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ 6 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา พร้อมของกลาง ประกอบด้วย กล่องเปล่าบรรจุเงินสดของธนาคาร 1 กล่อง , เงินสด จำนวน 1,353,000 บาท รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวน 1 คัน , รถจักรยานยนต์ที่ผู้ต้องหานำเงินที่ได้ซื้อใหม่ 2 คัน และเครื่องซักผ้า 1 เครื่อง

พล.ต.ท.ก่อเกียรติ กล่าวว่า การลักทรัพย์เงินสดจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารในครั้งนี้ถือเป็นความบังเอิญของผู้ต้องหา สาเหตุเพราะในคืนเกิดเหตุนายเอกชัย (ซึ่งปรากฏภาพทางกล้อง CCTV หน้าตู้ )พร้อมด้วยนายจีรพันธ์ได้ขโมยบัตรเอทีเอ็มของญาติไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว จำนวน 2,000 บาท แต่กดเงินไม่ออก เนื่องจากป้อนรหัสบัตรไม่ถูกต้อง จึงโมโหใช้มือทุบตู้ ส่วนนายจีรพันธ์ปวดท้องปัสสาวะได้เดินอ้อมไปปัสสาวะด้านหลัง ด้วยความโมโหจึงใช้มือไปเขย่าด้านหลังของตู้

ปรากฏว่าประตูด้านหลังตู้เปิดออกได้อย่างง่ายดาย จากนั้นทั้ง 2 คน ก็ช่วยกันงัดช่วยกันดึงจนกระทั่งเปิดตู้เซฟดึงกล่องบรรจุเงินสดออกมาจำนวน 4 กล่อง จากนั้นจึงนำกล่องเงินสดดังกล่าวไปให้นายระพินทร์ซึ่งเป็นญาติผู้พี่เก็บรักษาไว้ ก่อนที่จะนำมาแบ่งกัน โดยเงินทั้งหมดแต่ละคนก็นำไปใช้จ่ายหนี้สิน ,จ่ายค่ายาบ้าที่ต่างคนต่างค้างจ่าย , แบ่งให้ภรรยา ลให้ญาติ , ซื้อที่ดิน ,ซื้อบ้าน , ซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่, ซื้อรถจยย., เครื่องซักผ้า รวมทั้งใช้จ่ายฟุ่มเฟือยต่างๆ

จากนั้นทั้งหมดนำกล่องบรรจุเงินสด อุปกรณ์และเอกสารต่างๆ ไปเผาทิ้งทำลาย รวมทั้งอีกกล่องได้นำไปโยนทิ้งบนภูเขา จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่นำตัวไปยึดคืนทั้งหมดกลับมาได้ รวมทั้งเงินสดจำนวนดังกล่าวด้วย ส่วนเงินสดที่เหลืออีกประมาณ 2.8 ล้านบาท ทางผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำสืบสวนสอบสวนติดตามเส้นทางการเงินและสืบสวนเส้นทางทางเทคนิคต่างๆ เพื่อติดตามให้ได้ว่าเงินส่วนที่เหลือไปอยู่ที่ไหนอย่างไร จะต้องมีคำอธิบายอย่างละเอียด

ทั้งนี้ ยืนยันสาเหตุที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ลักทรัพย์เงินสดไปจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงเทพในครั้งนี้ไปได้อย่างง่ายดาย เป็นเพราะความบังเอิญของผู้ต้องหา และยังไม่พบว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้อง สาเหตุเพราะระบบกระแสไฟฟ้าขัดข้องทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยของตู้เอทีเอ็มรวมทั้งระบบตู้เซฟทำงานไม่เต็มระบบ จึงเกิดความบกพร่องจนเปิดช่องให้คนร้ายก่อเหตุได้ดังกล่าว แต่ยอมรับว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังมีข้อสงสัยอีกหลายประการที่จะต้องดำเนินการสอบสวนสืบสวนอย่างละเอียดต่อไป

ทางด้านผู้บริหารธนาคารไทยกรุงเทพ เจ้าของทรัพย์ ก็ไม่ได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะที่ถามว่าเชื่อว่าคนของธนาคารมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ เพราะเดิมทุกฝ่ายมีความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคาร แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ หากเกิดจากระบบกระแสไฟฟ้าขัดข้องจริง ทำไมคนร้ายจึงสามารถเปิดประตูด้านหลัง และปลดล๊อครหัสตู้เซฟจนยกกล่องบรรจุเงินสดออกไปจากตู้ได้อย่างง่ายดาย แต่ทางผู้บริหารธนาคารก็ได้มอบเช็คจำนวนหนึ่งให้แก่ พล.ต.ต.จีระวัฒน์ อุดมสุด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เพื่อเป็นการขอบคุณด้วย